ชุดที่จินอันไจ้สวมใส่ในยามนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นของที่แอบนำมาจากห้องหลังหอหลิงหลง ซึ่งแม้จะดูเรียบง่ายทว่ายังคงมีกลิ่นเหงื่ออันตกค้างของผู้อื่นติดอยู่ กลิ่นเหล่านี้ทำให้เขาคิดจะถอดและทิ้งสิ่งของที่มิเหมาะแนบกายลงเสียบ้างเมื่อเห็นต้วนหลิงปรากฏตัวขึ้น สายตาของเขาก็พลันหันไปยังหลินถิงโดยมิเอื้อนเอ่ยคำใดสายลมร้อนพัดโชยมาตามระเบียงยาว ส่องลงบนใบหน้าของหลินถิง ทว่ากลับชวนให้รู้สึกเย็นเฉียบอย่างไรพิกลนางก้าวเข้าไปเคียงข้างต้วนหลิงด้วยสีหน้าสงบนิ่ง แล้วกล่าวอย่างธรรมดาว่า“ข้าพบเขาระหว่างทางกลับจากห้องส้วม เห็นดังนั้นจึงหยุดพูดคุยกันเล็กน้อย ทำให้ท่านรอนาน ต้องขออภัย”ต้วนหลิงกล่าวเสียงราบเรียบ “ก็มิได้นานเท่าไร เพียงแต่กับข้าวเย็นลงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรียกคนมาอุ่นใหม่ก็พอ”กับข้าวเย็นแล้วหรือ? หลินถิงครุ่นคิดในใจ นางรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง นางใช้เวลาหาจินอันไจ้เพียงไม่นานนักไยกับข้าวจึงเย็นลงได้? ที่จริงยังไม่ทันพ้นหนึ่งเค่อด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้นช่วงนี้อากาศร้อน อาหารที่นำมาจากหอหลิงหลงก็มักจะอุ่นอยู่แล้ว คิดแล้วนางก็เห็นว่าสาเหตุที่เป็นไปได้ที่สุดคงอยู่ที่ตัวอาหารเองมากกว่า“คุณชายจินมาทำงานเป็นเสี่ยวเอ้อร์ในหอหลิงหลงหรือ?”ต้วนหลิงกวาดตามองชุดของจินอันไจ้ ผ้าฝ้ายธรรมดากับหมวกเล็ก ทว่าผ้าพาดไหล่สีน้ำตาลและผ้าเช็ดเหงื่อกลับถูกเขาโยนทิ้งไว้ที่พื้น เว้นเพียงถุงผ้ารับรางวัลที่ยังคงคาดไ