ว้ที่เอวยังไม่ทันให้จินอันไจ้ได้ตอบ หลินถิงก็เอ่ยขึ้นว่า “ใช่ ร้านผ้าและหอหนังสือของข้าเดี๋ยวนี้ค้าขายไม่ค่อยดี เขาก็เลยออกมาหางานทำ ข้าเองก็เพิ่งรู้เช่นกัน”“อย่างนี้นี่เอง”ต้วนหลิงมิได้สอบถามต่อ “ด้วยวรยุทธ์ของคุณชายจิน การมาเป็นเสี่ยวเอ้อร์ก็น่าเสียดายอยู่ ทว่า……หากท่านเป็นคนของหอหลิงหลง เหตุใดจึงถอดของพวกนั้นออกเสีย?”จินอันไจ้ตอบเสียงเรียบ “ของเหล่านั้นมันสกปรก อีกทั้งข้าไม่ได้คิดจะอยู่ทำงานที่นี่นาน วันนี้ก็จะไปแล้ว”ต้วนหลิงยิ้มบาง “คุณชายจิน อยากร่วมโต๊ะอาหารกับพวกเราหรือไม่?”เมื่อวานเขาทั้งสองเพิ่งสมรสกัน จินอันไจ้ย่อมไม่ไร้จริตพอจะรบกวน “ไม่เป็นไร ข้ายังมีธุระ ขอไปก่อน”ต้วนหลิงหลีกทางให้อย่างสุภาพ มือหนึ่งยกชายเสื้อขึ้นเล็กน้อย สีหน้าอ่อนโยนดุจหยกอ่อน “เชิญคุณชายจินตำมสบาย”จินอันไจ้กล่าวลา แล้วผละจากไป หลินถิงไม่ได้มองตามเขา นางหันกลับมามองหน้าต้วนหลิง แล้วเอื้อมมือไปแตะข้อมือของเขาเบาๆ“พวกเราขึ้นไปข้างบนกันเถิด?”ทว่าต้วนหลิงกลับเอื้อมมือปลดถุงหอมกลิ่นจันทน์หอมที่ห้อยอยู่ข้างเอวของตน แล้วผูกมันไว้ที่สายรัดกระโปรงของนางถุงหอมนั้นเรียบง่ายไร้ลวดลาย มีเพียงขนนกสีขาวปักไว้หนึ่งเส้นทั้งสองด้าน สีถุงก็เป็นเพียงสีแป้งอ่อนจางตาไม่มีสิ่งใดเด่นชัดนักหลินถิงก้มลงมอง ขณะที่เขาผูกถุงหอมนั้นเข้ากับสายรัด ชุดของนางก็พลันรั้งขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกบางเบาของความจั๊กจี้และมึนซ่านพลันแล่นขึ้นม