็เมื่อนั้นเถิด ข้าตามใจท่าน”ต้วนหลิงลูบไล้ลวดลายแกะสลักบนจอกหยก ก่อนจะวางมันลง“ข้าเคยได้ยินว่า ขาชาเป็นตะคริวนั้น หากได้กดนวดบ่อยๆ จะดีขึ้นมาก เจ้าอยากให้ข้าช่วยนวดให้หรือไม่?”หลินถิงสำลักเหล้าออกมาทันที ก่อนจะไอไม่หยุด “ท่าน……ท่านจะนวดให้ข้า? เดี๋ยวนี้เลยหรือ?”ต้วนหลิงลุกขึ้น เดินอ้อมมาด้านหลังนาง มือใหญ่ทาบลงบนแผ่นหลังบางเบาอย่างอ่อนโยน ลูบปลอบนางให้หายไอ“มิใช่ยามนี้ ข้าหมายถึง เมื่อกลับถึงจวนแล้ว……ในยามราตรีเราบัดนี้เป็นสามีภรรยากัน ข้าจะนวดขาให้ภรรยาไม่ได้หรือ?”กระแสความร้อนแล่นวาบไปทั่วหลังของหลินถิงดั่งกระแสไฟ“มิใช่ว่าทำไม่ได้……เพียงแต่จะลำบากท่านเกินไป ข้าเองมีเวลาจะนวดเองก็ได้”ต้วนหลิงตอบเบาๆ “ก็แล้วแต่เจ้าเถิด”หลินถิงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที “องค์รัชทายาทเสด็จมาที่หอหลิงหลงเช่นนี้ ท่านมิเห็นจะไปห้ามปราม หรือว่ามิใช่หน้าที่ของท่าน?”เหล่าทหารองครักษ์เสื้อแพรมีหน้าที่จับตาดูขุนนางและเชื้อพระวงศ์ หากพบพิรุธต้องรายงานต่อฝ่าบาททันทีต้วนหลิงกล่าวเรียบๆ “วันนี้……ข้ามิได้อยู่เวร”หลินถิงแกล้งทำเป็นสงสัย “องค์รัชทายาทมีฝีมือในการต่อสู้หรือ? เสด็จมาเพียงลำพังเช่นนี้ มิกลัวอันตรายหรือไร?”ต้วนหลิงเปิดหน้าต่างบานหนึ่งที่หันเข้าด้านในหอหลิงหลง ภายนอกคือฝูงชนในคราบสามัญชน ทว่าในหมู่พวกเขามีเงาร่างลับเคลื่อนไหวอย่างแนบเนียน“องค์รัชทายาทย่อมมิได้มาผู้เดียว ทุกคราเสด็จออกจากวัง ล้วนมีองครักษ์ลับ