งค์รัชทายาทในวันนี้? หลินถิงคิดพลางผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ“มีอันใดหรือ?”ต้วนหลิงนั่งหันหลังให้กับประตูห้อง มิได้เห็นจินอันไจ้ที่เดินผ่านไปนอกห้อง เมื่อเขาหันกลับมา เสี่ยวเอ้อร์ก็ปิดประตูเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งกลิ่นเหล้าหอมกรุ่นที่อบอวลไปทั่วหอหลิงหลงก็กลบกลิ่นใดๆ ได้มิดชิดหลินถิงกลัวเขาจะจับพิรุธได้ จึงแสร้งยืดขาออกไป “ข้าแค่ขาชา ยืนขึ้นหน่อยก็หายแล้ว”อีกครั้งที่นางหยิบยกข้ออ้างเรื่องขาเป็นตะคริวมาใช้ ต้วนหลิงก้มมองขานาง “เช่นนั้นหรือ?”หลินถิงนั่งลงอีกครั้ง แล้วรินเหล้าให้ต้วนหลิง หอหลิงหลงก็มีสุราชั้นดี “ชิวลู่ไป๋” กลิ่นหอมยิ่งกว่าที่หอหนานซานเสียอีก“ข้าจะโกหกท่านทำไมกัน ข้าเป็นตะคริวบ่อย จนเคยชินแล้วเสียด้วยซ้ำ”ต้วนหลิงรับจอกเหล้ามาอย่างไม่ใส่ใจนัก “เช่นนั้นต้องหาหมอให้ตรวจดูเสียหน่อย”หลินถิงตอบเสียงเบา “ไว้วันหลังเถิด”เขาค่อยๆ จิบสุรา มุมปากยกยิ้ม รอยยิ้มอ่อนโยนทำให้ดวงตาดูโค้งคล้ายจันทร์เสี้ยว“เจ้าดูจะชอบพูดคำว่าไว้วันหลังกับทุกเรื่อง”ทันใดนั้น เหตุการณ์เมื่อคืนก็ย้อนกลับเข้ามาในหัวหลินถิงอีกครั้ง ดวงตาเขาในยามนั้นแดงเรื่อ ปลายเสียงแผ่วพร่า ร่างกายร้อนราวเปลวเพลิง ส่วนนางกลับเบี่ยงตัว ถามเสียงแผ่วว่า “ข้ายังไม่พร้อม……ขอเป็นวันหลังได้หรือไม่?”ความร้อนผ่าวแล่นเข้าสู่ใบหน้า หลินถิงรีบรินเหล้าใส่จอกตนเองแล้วดื่มรวดเดียวหมด“ข้าแค่เห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญนัก……เอาเถิด ท่านว่าเมื่อใด ก