ห่ม เลยอยากหาด้วยตนเองเสียก่อน……ข้า……ข้าไม่กล้าขอให้ท่านช่วยหาเสื้อชั้นในให้หรอก”เขากวาดตามองผ้าห่มที่คลุมร่างของนางไว้ มือที่จับลายปักโบตั๋นแดงแน่นขึ้นเล็กน้อย “เจ้าคิดว่ามันตกอยู่ใต้ผ้าห่ม……แล้วก็ลงไปค้นในนั้นด้วยตัวเองเช่นนั้นหรือ?”สายตาคมของต้วนหลิงทอดมาทางนาง ราวกับมองทะลุผ่านผืนผ้าเข้าไปเห็นร่างเปลือยเปล่าภายใน หลินถิงพลันตัวแข็งทื่อ หัวใจกระตุกวูบ สุดท้ายนางก็ทำใจกล้า ยอมรับเสียงเบา “อืม… มิได้หรือ?”เขายิ้มบางๆ ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ แล้วยื่นเสื้อไปให้ “ได้สิ”เดิมทีหลินถิงคิดจะให้เขาวางไว้บนเตียง แต่เมื่อเห็นว่าเขายื่นมาใกล้ถึงตรงหน้าแล้ว หากจะให้เขาวางอีกก็ดูจะเสียมารยาท จึงยื่นมือที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มไปรับไว้ “ขอบคุณท่าน”ผ้าห่มแดงสดเป็นผ้าไหมเนื้อดี มือสีขาวนวลยื่นออกมาเพียงแวบเดียว แล้วก็ดึงเสื้อไปจากมือของเขา หลินถิงรับมาแล้ว ก็เหลือบตามองเขาผ่านหางตา เห็นว่าเขายังคงยืนอยู่ที่เดิม ยังมิได้จากไป“ท่านจะยืนดูข้าเปลี่ยนเสื้อหรือ?”“ข้าจะไปจัดการงานที่ห้องหนังสือ เจ้าก็เปลี่ยนไปตามสบายเถิด” วาจาเพิ่งจบ ต้วนหลิงก็หมุนตัวจากไป วางม่านลง ปลายเท้าก้าวอย่างเร่งรีบ ทว่าเขาฝึกยุทธมาช้านาน จึงมิให้เสียงฝีเท้าดังจนอีกฝ่ายจับได้หลินถิงแทบจะยกผ้าห่มวิ่งตามออกไปอยู่แล้ว หากไม่ใช่ว่าจู่ๆ นางนึกขึ้นได้ว่าตนยังอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า จึงต้องกลั้นใจหยุดยั้งตนเองไว้กลางคัน แล้วเปล่งเสียงร้องเรียกเขาไ