ม่สงบเสียงที่เปล่งออกก็แหบต่ำ เจือแววปรารถนา “พรุ่งนี้หรือ?”หลินถิงรู้สึกประหม่าเสียจนเหงื่อซึม ยกศีรษะพยักหน้ารัวอย่างลูกนกจิกข้าวสาร “ใช่… ไว้วันหน้าเถิด”“ได้” เขาตอบรับอย่างง่ายดายต้วนหลิงเงยหน้าขึ้น จุมพิตหยาดเหงื่อที่ข้างแก้มนางอย่างอ่อนโยน ไม่ยอมให้ด้านที่น่ารังเกียจของตนได้แตะต้องนางแม้เพียงนิด“แล้วท่านจะทำอย่างไรดีเล่า?” คืนวันแต่งงานดันให้เขาไปอาบน้ำเย็นก็ช่างดูใจร้ายเกินไป หลินถิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง อยากยื่นมือไปช่วยเขา ทว่าเพราะเมื่อครู่ถูกเขากุมไว้แน่นเกินไป จนถึงบัดนี้ก็ยังรู้สึกชาที่ปลายนิ้ว ขยับไม่ถนัดสายตาของต้วนหลิงเคลื่อนไปยังเท้าทั้งสองของนาง แววตาราวเปลวเพลิงแผดเผา เผื่อแผ่ถึงปลายเท้านาง หลินถิงแม้ไม่ประสีประสา แต่ก็นับว่า “อ่านตำราไม่น้อย” จึงเข้าใจความหมายของเขาในทันที“ท่าน… อยากใช้เท้าข้าหรือ?” คำต่อจากนั้นก็กล่าวไม่ออกเขาเงยหน้ามองมา “เจ้ายินยอมหรือไม่?”หลินถิงนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เห็นเขาฝืนอดทนจนหางตาแดงเรื่อ เหงื่อผุดพรายจากปลายคาง มือข้างหนึ่งที่วางอยู่บนเตียงแน่นเสียจนขาวซีดนางมิได้กล่าวคำใด เพียงแต่ยกเท้าขึ้นช้าๆ ก้าวข้ามผ้าห่มบาง เข้าไปในเงามืดซึ่งร้อนระอุ ชายกระโปรงสีชาดพลิ้วลงมาคลุมรอยเชื่อมต่อระหว่างเท้าของนางกับ “สิ่งนั้น” ที่เขาพยายามหลบซ่อนต้วนหลิงยื่นมือออกมากอบกุมเท้าของนางไว้ ยามที่เทียนมังกรหงส์บนโต๊ะหมดไส้ มอดดับลง หลินถิงก็อ่อนล้าจนแทบลืมตาไม่