ขึ้น ต้วนหลิงเช็ดเท้าให้นางจนสะอาด แล้วจึงเอนกายลงนอนเคียงข้าง***รุ่งเช้าตรู่ของวันถัดมา เมื่อแสงแดดยามสายลอดผ่านหน้าต่าง หลินถิงค่อยๆ ตื่นขึ้น สายตาเหม่อมองเพดานห้องที่ไม่คุ้นตา พลันตกใจขึ้นมา ที่นี่ไม่ใช่ห้องของนาง เหตุใดนางถึงมานอนที่นี่?นางรีบลุกขึ้นนั่ง อ้อ……นางแต่งงานแล้ว ความทรงจำแล่นกลับมาอย่างล่าช้า หลินถิงถอนหายใจเฮือก แล้วพลิกตัวกลิ้งจากด้านนอกของเตียงเข้าไปถึงด้านใน คลุมกายด้วยผ้าห่มสีมงคลแล้วกลิ้งอีกรอบแล้วต้วนหลิงเล่า? นางพลันนึกถึงเขา หลินถิงพลิกตัวหันออกไปทางขอบเตียง แล้วก็สบเข้ากับสายตาคมเข้มของต้วนหลิงโดยไม่ทันตั้งตัว เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ลวดลายงดงาม มือถือถ้วยชา แต่งกายเรียบร้อย ข้างโต๊ะมีเอกสารทางราชการวางกองอยู่หลายฉบับวันนี้เขากลับคืนสู่ท่วงท่าที่สงบนิ่งเช่นเดิม ใบหน้างามประหนึ่งภาพวาดหาได้แปรเปลี่ยน แต่แววตาที่เคยฉาบไว้ด้วยความลุ่มหลงเมื่อคืนนี้ กลับไม่อาจหาเจอได้อีกหลินถิงลุกขึ้นนั่ง รู้สึกว่าพื้นฝ่าเท้ายังมีร่องรอยแดงน้อยๆ เวลาขยับก็เผลอไปแตะนิ้วเท้าเขาโดยไม่ตั้งใจ นางรีบทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ดึงชายกระโปรงคลุมเท้าตัวเองเอาไว้ก่อนที่กระโปรงจะปิดมิด ต้วนหลิงก็เห็นทัน เขาขยับถ้วยชาในมือ น้ำชาภายในสะเทือนเป็นระลอก ก่อนจะวางถ้วยลง ไม่ดื่มต่อ “ให้คนเข้ามาช่วยเจ้าเตรียมตัวหรือไม่?”นางกระแอมเบาๆ ลุกลงจากเตียง ทำเป็นไม่ใส่ใจ “เรียกเข้ามาเถิด”ตามธรรมเนียมของวันแต่งงาน