วันที่สองต้องตื่นแต่เช้าไปคำนับผู้ใหญ่ ทว่าขณะนี้ก็สายมากแล้ว นางตื่นช้า แต่ต้วนหลิงกลับมิได้ปลุกต้วนหลิงจึงสั่งเรียกคนเข้ามา พวกบ่าวไพร่ยืนรออยู่ด้านนอกตั้งแต่เช้า ได้ยินเสียงเขาเรียกก็รีบเข้ามาทันที เถาจูเดินนำหน้า พอเข้ามาก็รีบมองหลินถิงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เห็นว่านางดูปกติดี ไม่มีอาการบาดเจ็บจึงคลายใจ รีบเข้ามาช่วยเตรียมล้างหน้าแต่งตัวหลินถิงอ้าปากหาวสองสามครั้ง เมื่อคืนเพิ่งได้นอนตอนดึกมาก แม้วันนี้จะตื่นสายก็ยังรู้สึกง่วงนัก เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ใช้เวลาประมาณหนึ่งเค่อ หลินถิงรวบรวมสติออกเดินทางวานนี้เพิ่งเป็นวันวิวาห์ ภายในจวนต้วนยังคงประดับด้วยโคมแดงและผืนผ้าสีแดงสด พื้นทางเดินก็ยังปูพรมแดงไว้เช่นเดิม เพียงก้าวออกจากห้อง นางก็เห็นภาพเหล่านี้ ทำให้เกิดความรู้สึกประหลาดบางอย่างขึ้นในใจ แต่หลินถิงไม่ได้แสดงออก เพียงตามต้วนหลิงไปยังเรือนของเฝิงฮูหยินเพื่อคำนับบิดามารดาเฝิงฮูหยินไม่ได้ตำหนิที่หลินถิงมาช้า กลับดื่มชาที่นางยกให้แล้วยังมอบของขวัญให้หนึ่งชิ้น พร้อมเอ่ยชวนให้อยู่ร่วมรับประทานอาหารเช้าไม่นานต้วนซินหนิงก็มาถึง นางรีบวิ่งเข้ามาหาหลินถิงทันที “เล่ออวิ๋น~” สำหรับต้วนซินหนิง ไม่ว่านางจะได้แต่งกับผู้ใด หลินถิงก็ยังเป็นสหายสนิทที่สุดของนางเสมอเฝิงฮูหยินเห็นทั้งสองใกล้ชิดสนิทสนมกัน ก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดี “กินข้าวก่อนเถิด”เมื่อผู้ใหญ่กล่าวเช่นนี้ ทุกคนจึงนั่งลง อาหารเช้าเป็น