นภาพนี้ ก็รีบกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ช่างรู้ใจกันยิ่งนัก แค่หยิบเหรียญยังพร้อมใจกันเช่นนี้ ครองรักต้องยืนนานแน่แท้!”หลินถิงใจสั่น รีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบเหรียญโปรยออกไปอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงอวยพรจากผู้คนโดยรอบ หลังจากโปรยเหรียญเสร็จ หลินถิงก็ถูกต้วนหลิงจูงมือ ส่งตัวขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวขณะเขาถอนมือกลับจากเกี้ยว นิ้วของเขาเหมือนจะเผลอเกี่ยวผ่านผ้าคลุมหน้า ปลายพู่สีแดงไหวพลิ้ว เผยให้เห็นครึ่งหน้าแต่งแต้มของหลินถิง นางเผลอมองเขา แต่ต้วนหลิงกลับถอนตัวออกไปเสียก่อน แล้ววางม่านลง นางจึงพลาดโอกาสเห็นใบหน้าของเขาอย่างจัง ทำให้นางรู้สึกค้างคาเสียงกลองดนตรีดังกระหึ่ม ขบวนแห่เจ้าสาวเคลื่อนตัวผ่านถนนอึกทึกมากมาย มุ่งหน้าไปยังจวนต้วน เกี้ยวที่แบกหลินถิงมั่นคงยิ่งนัก จนนางรู้สึกเหมือนไม่ได้เคลื่อนไหวเลย ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด เกี้ยวจึงหยุดลง ม่านถูกรั้งเปิดออกอีกครั้งจากด้านนอกแม้จะคลุมหน้าด้วยผ้าสีแดง แต่นางก็เงยหน้าโดยสัญชาตญาณ ไม่ช้ามือของต้วนหลิงก็ยื่นเข้ามาจับมือนางไว้เสียงของเขาชัดเจนและอบอุ่น “ถึงแล้ว ลงมาเถอะ”หลินถิงลุกขึ้นลงจากเกี้ยว ขณะนี้แม้จะเป็นยามค่ำ แต่หน้าประตูจวนต้วนกลับสว่างไสว โคมแดงนับไม่ถ้วนแขวนอยู่เบื้องบน แสงสว่างนั้นสาดลงมาแผ่กลบความมืดเมื่อหลินถิงก้าวลงจากเกี้ยว ต้วนหลิงก็ยื่นสายผูกดอกไม้คืนให้นาง ที่พื้นด้านหน้าโรยด้วยผ้าแดงมงคล ทั้งสองย่ำผ่านผืนผ้าแดง ก้าวขึ้น