ม่? คิดพลางก็ส่ายหน้า ตัดใจไม่คิดคาดเดา นางต้องหาโอกาสเข้าไปในหอหนังสือเพื่อพบจินอันไจ้ ถามให้แน่ใจต้วนหลิงก้มลงเก็บถุงฝูไต้ขึ้นทีละใบ “เหตุใดเจ้าถึงแสดงปฏิกิริยาเช่นนี้ ไม่เชื่อว่าเซี่ยชิงเหอจะกล้าก่อกบฏหรือ?”นางเพิ่งรู้สึกตัวว่าถุงฝูไต้ในอ้อมแขนหล่นหมดแล้ว จึงรีบย่อตัวลงเก็บ “ท่านคือรองผู้บัญชาการแห่งองครักษ์เสื้อแพร ข้านั้นหาใช่ผู้กล้าผ่านศึกมาไม่ ย่อมตกใจอยู่บ้างเมื่อได้ยินว่าใครก่อกบฏ ไม่ตื่นตระหนกต่างหากถึงจะประหลาด”น้ำเสียงของนางพยายามทำให้ฟังดูเป็นธรรมชาติที่สุด ต้วนหลิงเก็บถุงฝูไต้ใบสุดท้ายขึ้นมาพร้อมร้อยเป็นพวงด้วยเชือกแดง แล้วส่งคืนให้นาง ถุงฝูไต้รวมกันเป็นพวงหนักแน่นอยู่ในมือของนาง แกว่งเบาๆ ตามแรงจับเขาขยับนิ้วที่เคยสัมผัสถุงฝูไต้ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เจ้าพูดถูก หากเจ้ามิได้มีปฏิกิริยาอันใดเลย กลับน่าสงสัยเสียมาก เหมือนรู้ล่วงหน้ามาแล้ว แต่ก็ไม่น่าใช่ เช่นเจ้ากับเซี่ยชิงเหอก็มิได้สนิทชิดเชื้อกัน”หลินถิงในเรื่องนี้ถือว่าบริสุทธิ์ นางมิรู้อะไรจริงๆ ต่อให้ต้วนหลิงจะจับผิดสักเพียงใด ก็หาเรื่องเอาผิดนางมิได้ นางจึงย้อนถามกลับด้วยความสงสัย“เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ ไยท่านจึงไม่เร่งเข้าวังเข้าเฝ้าฝ่าบาท?”ต้วนหลิงตอบเรียบๆ ไม่เร่งรีบ “ใต้หล้าทรงมีพระประสงค์เรียกเหล่าแม่ทัพเข้าเฝ้าปราชุมเรื่องนี้”แสดงว่าตอนนี้ยังมิใช่หน้าที่ของเขา หลินถิงเพ่งมองใบหน้าของเขาอยู่ชั่วครู่ เข