ม้า ไม่แม้แต่จะหลบทางหลินถิงหันไปถามต้วนหลิง “นางคือผู้ใด?” หญิงผู้นั้นดูท่าจะมีตำแหน่งในราชสำนัก ต้วนหลิงย่อมรู้จักแน่นอนต้วนหลิงยกมือขึ้นหยิบเศษกระดาษแดงที่ปลิวมาติดผมนางอย่างไม่รีบร้อน “นางหรือ……นางคือแม่ทัพหญิงคนแรกแห่งแคว้นต้าเหยียน และเป็นแม่ทัพหญิงเพียงหนึ่งเดียวของแผ่นดิน ผู้มีฝีมือเกรียงไกรยิ่งกว่าแม่ทัพชายเสียอีก”“เมื่อครั้งนั้น ฮองเฮาฝ่ากระแสเสียงคัดค้านของเหล่าขุนนาง ยืนกรานขอพระราชทานยศให้แก่นาง และผลลัพธ์ก็เป็นที่ประจักษ์ นางผู้นี้คือแม่ทัพหญิงหยางเหลียงอวี้ผู้ไร้พ่ายในสมรภูมิแทบทุกแห่ง”หยางเหลียงอวี้……หลินถิงคิดย้อน นับแต่ตนฟื้นความทรงจำมาก็เอาแต่หาเงินจนไม่ทันสนใจข่าวในราชสำนัก ต้วนหลิงหยิบกระดาษสีแดงอีกสามชิ้นออกจากเส้นผมนาง“วันนี้ฝ่าบาทจะเรียกพบก็เป็นนางนี่แหละ นางเพิ่งกลับเข้าเมืองหลวงเมื่อไม่กี่วันก่อน และตั้งแต่กลับมาก็ยังออกนอกเมืองฝึกซ้อมทหารของตนทุกวัน”ระหว่างที่กั๋วซือโปรยถุงฝูไต้อยู่นั้น ก็มีเหล่าศิษย์นักพรตคอยโปรยกระดาษสีแดงเสริมบรรยากาศมงคล หลินถิงมัวแต่แย่งถุงฝูไต้จนไม่ทันสังเกตว่ากระดาษแดงมาติดเส้นผมนางตั้งแต่เมื่อใด ตอนที่ต้วนหลิงหยิบออกให้นั่นแหละ ถึงได้รู้นางจึงรีบใช้มือปัดศีรษะ หวังให้เศษกระดาษปลิวหลุดตามแรงสะบัด แต่ที่หลุดไปมีเพียงแผ่นใหญ่ แผ่นเล็กกลับยังติดอยู่อย่างแน่นหนา ประหนึ่งกลีบดอกไม้สีชาดที่ร่วงลงมาติดเส้นผม นางไม่อาจเห็นศีรษะตนเองได้ จึง