นเขาหรือไม่ ข้ายังไม่ทราบ ตอนนี้ใต้หล้ามิได้พึ่งแต่หน่วยองครักษ์เสื้อแพร ยังมีตงฉ่าง อีกด้วย”หลินถิงขมวดคิ้ว ถามไถ่ต่อ “ท่านหมายความว่าคนที่ออกไปสืบข่าวว่ากองทัพก่อกบฏคือเซี่ยชิงเหอนั้น มาจากตงฉ่าง?”เขาพยักหน้า พลางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก “ใช่ เป็นตงฉ่างที่ออกไปสืบข่าวในครั้งนี้ องครักษ์เสื้อแพรมิได้เกี่ยวข้อง”หลินถิงนิ่งไป ดำดิ่งเข้าสู่ภวังค์แห่งความคิด ต้วนหลิงวางเศษกระดาษแดงลง ครั้นเห็นศีรษะของหลินถิงยังอยู่ตรงหน้า มือจึงอดไม่ได้ที่จะยกขึ้นอีกครั้ง สัมผัสเรือนผมที่ถูกรวบขึ้นของนาง ลูบผ่านเส้นไหมร้อยผม แล้วสอดปลายนิ้วแผ่วเบาเข้าไปในผมหลินถิงรู้สึกถึงความรู้สึกซ่านเสียวเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ขยับ อาจเป็นเพราะคิดว่ามีเศษกระดาษตกค้างอยู่ในมวยผมเขาจึงต้องช่วยจัดการให้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง นางเริ่มทนไม่ไหว เพราะปลายนิ้วของเขาเสมือนจะลูบผ่านหนังศีรษะจนใจนางสั่นไหว ยากนักจะรวบรวมสมาธิคิดเรื่องอื่นได้“ยังไม่เสร็จหรือ?” มีเศษกระดาษมากถึงเพียงนั้นเชียว?ต้วนหลิงจึงชักนิ้วออกจากผมของนาง “เสร็จแล้ว”หลินถิงรู้สึกแปลกๆ ลูบผมตนเบาๆ ก่อนจะหันไปมองถนนอีกครั้ง ยามนี้ท่านกั๋วซือกับแม่ทัพหยางเหลียงอวี้ยังคงเผชิญหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมหลีกทางท่านกั๋วซือนั่งอยู่ในเกี้ยว แหงนมองแม่ทัพหยางเหลียงอวี้ซึ่งอยู่บนหลังม้า เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แม่ทัพหยาง วันนี้เป็นวันที่ใต้หล้าทรงมีพระบัญชาให้ข้าผู้เป็นนักพรตปร