ตุใดไม่เอามาให้พวกเราดูบ้างเล่า?”ต้วนหลิงสีหน้าเรียบเฉย “ก่อนจากไป อาจารย์วาดภาพได้กำชับว่า หมึกบนภาพยังไม่แห้งดี ควรแขวนตากลมไว้ก่อนขอรับ”หลินถิงฟังเพียงครู่ก็รู้ว่าเขากำลังพูดโกหก ลมในศาลาหลังจวนแรงยิ่งนัก หมึกคงแห้งไปนานแล้ว ที่สำคัญ……เขาพับภาพใส่กระบอกกลับไปด้วยซ้ำ จะไม่แห้งได้อย่างไร?แต่นางก็ไม่มีเหตุให้เปิดโปงเขา อาจเพราะภาพออกมาไม่ดี จึงไม่อยากให้ใครเห็นก็เป็นได้ ก็เหมือนกับการถ่ายภาพในโลกปัจจุบัน-ถ้าออกมาน่าเกลียด ก็มักจะลบทิ้งเงียบๆ ไม่อยากให้ใครเห็น นางจึงไม่กล่าวอันใดต่อเฝิงฮูหยินได้ฟังก็พยักหน้า ไม่เซ้าซี้จะขอดูภาพอีก “ขอเพียงวาดเสร็จเรียบร้อยก็ดีแล้ว”นางเปลี่ยนเรื่องทันที “เมื่อครู่เจ้าจัดการราชการอยู่หรือ?”ต้วนหลิงมิได้ตอบตรงนัก “เป็นเรื่องที่ควบคุมไว้ไม่อยู่ จำต้องไปสะสางขอรับ”ท่านพ่อของเขากล่าวเรียบๆ “จัดการเรียบร้อยหรือไม่?”เขามักไม่ถามถึงเนื้อหา แค่สนใจว่าจบเรื่องได้หรือไม่ ต้วนหลิงตอบสั้นๆ “เรียบร้อยดีแล้วขอรับ”ขณะพูดสายตาเขาก็เหลือบไปยังหลินถิงซึ่งกำลังลอบหยิบขนมเข้าปากอย่างเงียบๆ ราวกับทดลองว่าคราวเดียวจะกินได้กี่ชิ้นต้วนอันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “เจ้าเป็นผู้หนึ่งที่ข้าวางใจเสมอ ยกเว้นเพียงเรื่องปล่อยนักโทษสกุลเซี่ยหนีออกจากเมืองครั้งนั้น”เฝิงฮูหยินทำหน้าไม่สบอารมณ์ครู่หนึ่งยามได้ยินเสียงของสามี ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นมารดาแสนอบอุ่นตามเดิม“ในเมื่อจัดการเสร็จแล้ว