ก็อยู่พูดคุยกับพวกเราเถิด”นางหมุนลูกประคำอีกครั้ง “ไม่ว่าเป็นราชการอันใด ล้วนมิสำคัญไปกว่าคนตรงหน้า จื่ออวี่ เจ้าควรจำคำนี้ไว้ให้มั่น”ต้วนหลิงกล่าวสั้นๆ อย่างมั่นคง “ข้าจำไว้แล้วขอรับ”ต้วนอันปิดปากเงียบ นั่งอยู่มุมห้องพลางจิบชาของตนเองต่อไปอย่างเงียบงัน หลินถิงย่อมรู้สึกได้ถึงความผิดแปลกในความสัมพันธ์ระหว่างเฝิงฮูหยินกับท่านพ่อของต้วนหลิง ทว่าก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกนัก สามีภรรยาที่เสแสร้งเป็นครอบครัวกลมเกลียว แต่แท้จริงเย็นชาต่อกันนั้นหาได้มีเพียงคู่นี้คู่เดียวไม่ เพียงแค่……เหตุใดสองผู้นี้จึงต้องกลายเป็นเช่นนี้กัน?ต้วนหลิงก้าวเข้ามานั่งเคียงข้างนาง ทันทีที่เขาทิ้งตัวลงนั่ง หลินถิงก็ได้กลิ่นเฉพาะตัวอันชัดเจนของเขา – กลิ่นจันทน์หอมเข้มข้น แม้กลิ่นจันทน์จะไม่ฉุนจมูก แต่ผู้มีประสาทสัมผัสดีย่อมแยกแยะได้ กลิ่นนี้……น่าจะมาจากกำยานไม้จันทน์ที่จุดไว้ในห้องขณะเปลี่ยนเสื้อกระมัง?หลินถิงเหลือบมองต้วนหลิงหลายครั้ง เฝิงฮูหยินจ้องมองชุดกระโปรงแดงสดของหลินถิง แล้วเสนอขึ้นว่า “วันนี้ท่านกั๋วซือออกเดินขบวนแห่ขับไล่สิ่งชั่วร้ายและอธิษฐานพร ลองออกไปดูดีหรือไม่?”ทุกครั้งที่แคว้นต้าเหยียนเพิ่งรอดพ้นหายนะร้ายแรง เช่นโรคระบาดรุนแรง มักจะมีการจัดพิธีของกั๋วซือเดินแห่ไปตามท้องถนน ขับไล่สิ่งชั่วร้าย โปรยถุงฝูไต้ที่บรรจุเงินตราไว้ เพื่อขอพรให้แคว้นอยู่เย็นเป็นสุข และในช่วงเวลาดังกล่าวถนนหนทางก็จะเต็มไปด้วยผู้คน