ราวกับกลอนเหล็กที่เกี่ยวตรึงมือนางไว้แน่นหนาขนตาของหลินถิงสั่นระริก ก่อนที่นางจะได้เอ่ยอะไร ต้วนหลิงกลับกล่าว “เจ้ามิใช่อยากจับมือข้าหรอกหรือ?”หลินถิงเริ่มสงสัย หากนางเอ่ยว่าต้องการจับมือต้วนซินหนิง เขาก็คงย้อนว่า “มิใช่ว่าเจ้าชอบข้าหรอกหรือ?”นางได้ยินจนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองชอบเขาขึ้นมาจริงๆ เสียแล้ว นางจึงไม่อธิบายอีก “แต่จับมือต่อหน้าผู้คนเช่นนี้ ดูจะไม่เหมาะนัก”คำอธิบายนั้นยังพอช่วยรักษาศักดิ์ศรีว่าทำไมถึงชักมือกลับ ต้วนหลิงหัวเราะเบา “เจ้ากล้าขอแต่งงานกับข้าต่อหน้าผู้คนแท้ๆ แล้วจะมาสนใจเรื่องจับมืออีกหรือ?”หลินถิงพูดไม่ออก ในฐานะคนยุคปัจจุบัน แน่นอนว่านางไม่ได้ถือสาเรื่องจับมือต่อหน้าผู้คนแต่อย่างใด จะจับก็จับไปเถิด จูบก็จูบมาหลายคราแล้ว จะมายึดติดกับแค่เรื่องจับมือไปใย? แต่กระนั้น……ความรู้สึกกลับแตกต่างออกไป……เพียงเพราะผู้ที่นางจับมืออยู่คือต้วนหลิงปลายนิ้วของหลินถิงขดตัวเล็กน้อย ขณะนั้นเอง ต้วนซินหนิงและเซี่ยจื่อม่อเดินมาจากอีกฝั่งของถนน ในมือนางมีน้ำตาลปั้นอยู่สองไม้ในมือ“เล่ออวิ๋น”ต้วนซินหนิงเคยบอกเซี่ยจื่อม่อไว้แล้วว่าวันนี้จะออกมาดูพิธีของกั๋วซือ พร้อมบอกตำแหน่งคร่าวๆ ไว้ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เขาโผล่มา ณ ที่แห่งนี้นางยื่นไม้ที่ใหญ่กว่าให้หลินถิง “กั๋วซือยังมาไม่ถึง ต้องรออีกครึ่งเค่อ เรามากินน้ำตาลปั้นรอกันก่อนเถิด”หลินถิงรับไว้ แล้วกัดกินคำหนึ่ง “รสดี ไม่หวานจนเกินไป