ากล่าว ทั้งสองกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานในไม่ช้าเมื่อคิดถึงคำว่า “แต่งงาน” ต้วนซินหนิงก็นึกถึงเซี่ยจื่อม่อ บิดาของเขายังไม่กลับมาเสียที พวกนางสองคนก็ยังไม่มีแม้แต่สัญญาหมั้น หากไม่ใช่เพราะรู้แน่ว่าบิดาของเซี่ยจื่อม่อถูกส่งออกนอกเมืองหลวงจริงๆ นางคงเริ่มสงสัยแล้วว่าอีกฝ่ายตั้งใจถ่วงเวลา ไม่ได้คิดจะแต่งกับนางจริงจังต้วนซินหนิงซ่อนความรู้สึกในใจ หันไปมองหลินถิง หลินถิงรู้สึกกระดากใจเล็กน้อยเมื่อเจอกับแววตาอ่อนโยนของเฝิงฮูหยิน นางจึงเปลี่ยนคำเรียกอย่างเก้ๆ กังๆ“ภาพวาดไม่อยู่กับข้า ถูก…จื่ออวี่ เอาไปแล้วเจ้าค่ะ”นางเคยเรียกเขาว่า “ท่านต้วน” อยู่เสมอ กับจินอันไจ้สองคนก็ยังเรียกเขาลับหลังว่า “ต้วนหลิง” แต่กลับเป็นครั้งแรกที่เอ่ยถึงชื่อรองของเขา – ต้วนจื่ออวี่ หรือเรียกสั้นๆ ว่า “จื่ออวี่” หลินถิงเรียกแล้วรู้สึกแปลกประหลาดนักราวกับคำเรียกนั้นร้อนอยู่ในปากต้วนซินหนิงพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง “พี่รองเอาไปหรือ? แล้วข้าจะดูได้อย่างไรกัน”แล้วนางก็หันไปถามเฝิงฮูหยินว่า “ท่านแม่เจ้าคะ ก่อนแต่งงานห้ามให้ผู้อื่นดูภาพวาดหรือ?”“ไม่ถึงกับห้ามหรอก บางทีพี่เจ้าคงกลัวว่าจะเปื้อนกระมัง วันนี้อาจไม่ได้ดู แต่อนาคตก็ย่อมมีโอกาส” เฝิงฮูหยินตอบ พลางหันมาถามหลินถิงอย่างอ่อนโยน“วาดเรียบร้อยดีหรือไม่ ภาพออกมาสวยหรือเปล่า?”แม้หลินถิงยังไม่ได้เห็นภาพวาดเลยสักนิด แต่หลินถิงก็ตอบอย่างถ่อมตน “ช่างวาดฝีมือยอดเยี่ยม ภาพออกมางดง