าม การวาดก็ราบรื่นดีเจ้าค่ะ”……เพียงแค่ตอนนั่งนานๆ ทำให้ก้นชาไปหน่อย ร่างกายเกร็งเล็กน้อยเท่านั้นเองเฝิงฮูหยินมองเลยไปยังด้านหลังของหลินถิง “จื่ออวี่ เหตุใดจึงมิได้มาพบข้าพร้อมเจ้าด้วยเล่า?”หลินถิงทำความเคารพก่อนตอบอย่างนอบน้อม “ดูเหมือนเขาจะมีธุระสำคัญต้องจัดการเจ้าค่ะ อีกสองเค่อก็คงจะมาถึง”นางทราบดีว่าครอบครัวใหญ่อย่างพวกเขาย่อมถือธรรมเนียมเป็นใหญ่ จึงรีบเอ่ยคำอธิบายแทนต้วนหลิง เฝิงฮูหยินขมวดคิ้ว ตำหนิขึ้นมาทันใด“มีธุระ? วันนี้เป็นวันวาดภาพก่อนแต่ง หากมิใช่เรื่องคอขาดบาดตาย จะมีสิ่งใดสำคัญไปกว่าเจ้าได้? จื่ออวี่นี่ช่างไม่รู้เหนือรู้ใต้จริงๆ เลย……เล่ออวิ๋น เจ้านี่ลำบากนัก”หลินถิงรู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหู ‘อะไรกัน ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่านางงั้นหรือ? ฮูหยินมองนางสูงเกินไปแล้วกระมัง’นางกล่าวเรียบๆ ว่า “เขาน่าจะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีราชการด่วนต้องสะสาง กระนั้นสำหรับคนของกองกำลังองครักษ์เสื้อแพร การงานมากเป็นเรื่องมิอาจหลีกเลี่ยงอยู่แล้วเจ้าค่ะ”เฝิงฮูหยินถอนหายใจเบาๆ “ต่อให้มีงานก็ไม่ควรเป็นเช่นนี้ หากถึงวันแต่งงานก็จะออกไปทำราชการอีกหรือ?”นางเอื้อมมือมาจูงหลินถิงให้มานั่งเคียงข้าง พลางจิบชาช้าๆ หลินถิงนิ่งไปเล็กน้อย‘……หากถึงวันนั้น เขาจำเป็นต้องไปจริงๆ ก็มิเป็นไรหรอก นางมิได้ถือสา’ต้วนซินหนิงซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ พลอยเห็นด้วยกับเฝิงฮูหยิน “ท่านพี่ก็เกินไปจริงๆ งานราชการเลื่อนไปวันหลังก็มิได้ต้อ