งวันนี้เชียวหรือ?”เสียงทุ้มต่ำดังแว่วออกมาจากมุมหนึ่งของห้อง “ชายชาตรีควรถือเป็นเกียรติที่ได้รับใช้ราชสำนัก ท่านพี่ของเจ้าเขา…”เฝิงฮูหยินปรายตามองบิดาของต้วนซินหนิงเพียงครู่ ก่อนจะแสร้งไอเบาๆ เหมือนสำลักน้ำชา หลินถิงเพิ่งรู้ตัวว่ายังมีบุรุษอีกผู้หนึ่งนั่งอยู่ในห้อง-บิดาของต้วนซินหนิง‘เหตุใดใต้เท้าต้วนถึงมานั่งอยู่ในมุมห้องเช่นนี้ หากมิใช่เพราะเขานั่งเสียชิดมุม นางก็คงแลเห็นแต่แรกแล้ว’เมื่อได้ยินเสียงไอของภรรยา ต้วนอันเรียกสาวใช้ให้เติมน้ำชาให้นาง พลางเปลี่ยนคำพูดอย่างไม่เป็นธรรมชาติ“ท่านพี่ของเจ้าเขาก็ผิดจริงๆ นั่นล่ะ”ตลอดหลายปีมานี้ เฝิงฮูหยินแทบไม่เคยมองเขาตรงๆ แม้เพียงครั้ง มีเพียงยามอยู่ต่อหน้าผู้อื่นเท่านั้นที่ทำเป็นมีท่าทีปรองดอง แท้จริงภายในจวนไม่เคยพูดจาด้วย เขารู้ว่านางยังคงโกรธที่ตนมิได้ห้ามต้วนหลิงไปเป็นหนูทดลองยาเมื่อครั้งนั้นต้วนอันนิ่งเงียบหลังจากนั้น ไม่กล่าวสิ่งใดอีก หลินถิงรู้สึกได้ว่าบรรยากาศในห้องดูแปลกประหลาดนัก เฝิงฮูหยินยังคงพูดคุยกับนางด้วยไมตรีจิต เล่าเรื่องราวเมื่อครั้งต้วนหลิงยังเยาว์วัย หลินถิงนั่งฟังด้วยความอดทน แต่ยิ่งฟังกลับยิ่งสนใจขึ้นเรื่อยๆนางแม้จะเป็นคนที่ “สวมบท” เข้ามาในโลกของนิยายเรื่องนี้ ทว่าต้วนหลิงหาใช่ตัวเอกของเรื่อง จึงไม่มีเนื้อหาใดเล่าถึงวัยเยาว์ของเขาเลยเฝิงฮูหยินทอดถอนใจเบาๆ “เมื่อครั้งจื่ออวี่ยังเด็ก เจ้านับเป็นคนแรกที่ใกล้ชิดเขาที่สุ