ง ยังมิทันได้ดูให้แน่ชัดว่าผู้ที่วิ่งผ่านไปคือใคร ครู่หนึ่งจึงเข้าใจว่าเป็นหลินถิงที่วิ่งผ่านตนไป แต่กลับไม่หยุดทักทายเขาผู้เป็นบิดาเสียด้วยซ้ำ ราวกับเขาไม่มีตัวตนอยู่ในสายตานางเลยช่างเหลือเชื่อยิ่งนัก! พึ่งพิงสกุลต้วนจนลืมไปแล้วหรือว่าตนยังแซ่หลิน? นางคือคนสกุลหลิน ต่อให้อย่างไร เขาก็ยังเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดนาง นายท่านสามยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ วางกระบอกน้ำรดต้นไม้ในมือลงในทันที คิดจะตามไปต่อว่า แต่ก้าวไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็นึกถึงเรื่องที่หลินถิงแอบไปตั้งบัญชีครัวเรือนแยกจากสกุล คิดถึงตรงนี้ ก็รู้ว่านางหาใช่คนของสกุลหลินอีกต่อไป-เขาไม่มีสิทธิ์จะสั่งสอนนางแล้วเรื่องที่นางตั้งบัญชีครัวเรือนแยกออกไป เขาก็ไม่คิดจะป่าวประกาศให้ใครรู้ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องน่าอับอาย อีกทั้งยังอยากจะอาศัยสายสัมพันธ์กับสกุลต้วนให้สกุลหลินได้พึ่งพิงบ้าง ตราบใดที่หลินถิงยังไม่เปิดเผย เขาก็จะเงียบไว้เองต่อหน้าคนภายนอก นางยังถือเป็นคนของสกุลหลิน สกุลต้วนก็คงช่วยเหลืออยู่บ้างเอาเถิด เขาจะไม่ถือสาหาความกับเด็กอีก นายท่านสามข่มความโกรธไว้ กลืนความขุ่นเคืองกลับลงไป ในขณะนั้น…อนุเสิ่นเดินออกมาจากมุมหนึ่ง มองเหตุการณ์เมื่อครู่แล้วเอ่ยว่า“คุณหนูเจ็ดช่างไม่รู้จักกฎระเบียบเลยจริงๆ ท่านก็เป็นถึงบิดาของนาง ยังกล้าทำเมินเช่นนี้”ความโกรธของนายท่านสามมิได้หาทางระบายออกได้อยู่แล้ว เมื่อได้ยินนางพร่ำบ่นเช่นนี้ก็ยิ่งรู้สึกรำคาญ“เจ้