าหุบปากไปเสีย นางเป็นใครให้เจ้าวิจารณ์ได้หรือ?”ในใจเขาโทษนางที่ให้กำเนิดบุตรชายบุตรสาวไร้ความสามารถ ถูกบุตรสาวของหลี่จิงชิวข่มไว้เสียหมด อนุเสิ่นไม่กล้าเอ่ยอันใดอีกก็แค่หมั้นหมายกับสกุลต้วน มีสิ่งใดน่าภาคภูมิใจนัก? จะได้แต่งจริงหรือไม่ยังไม่แน่ชัด แล้วไยต้องยกยอปอปั้นกันถึงเพียงนี้? แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่นางก็มิได้แสดงออก แสร้งเอาใจและพูดจาอ่อนโยนต่อนายท่านสามต่อไประหว่างที่ทั้งสองกล่าววาจากันนั้น หลินถิงก็วิ่งไปถึงเรือนถิงหลิงเสียแล้ว นางวิ่งมาอย่างรวดเร็ว ตัวยังไม่ทันถึงเสียงก็ลอยมาก่อนเสียแล้ว“ท่านแม่!”หลี่จิงชิวเพิ่งได้รับข่าวว่าหลินถิงกลับมาถึงแล้ว กำลังจะออกจากเรือนเพื่อไปต้อนรับ ยังไม่ทันเดินพ้นประตู ก็ได้ยินเสียงบุตรสาวร้องตะโกนเสียก่อน ครานี้มิได้ตำหนิอย่างที่เคยว่าหญิงสูงศักดิ์พึงสงวนท่าทีให้เหมาะสม หากแต่กลับมีรอยยิ้มเปี่ยมปีติตลอดวันที่หลินถิงติดอยู่ในถนนเป่ยฉาง หลี่จิงชิวครุ่นคิดมาไม่น้อย-ตราบใดที่นางปลอดภัย ที่เหลือก็ล้วนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย พูดเสียงดังหน่อยแล้วอย่างไร แสดงว่ายังแข็งแรงอยู่ ก็น่ายินดียิ่งนักนางเร่งเข้ามาหาบุตรสาว เดินวนรอบตัวนางหนึ่งรอบ ดวงตาแดงเรื่อ “ผอมลงไปหรือไม่?”หลินถิงซึ่งอันที่จริงอวบขึ้นแล้ว: “…”ดูท่าในสายตาของมารดา บุตรสาวจะมีแต่ผอมลงเท่านั้น ไม่เคยมีคำว่าอ้วนขึ้น ต่อให้เห็นว่าอ้วน ก็ยังคิดว่าผอมแล้วก็บังคับให้กินเข้าไปอีกหลี่จิงชิวเอ่ยด