้วยน้ำเสียงเปี่ยมความห่วงใย “ผอมลงขนาดนี้แล้ว กลับมาแล้วต้องกินให้มากขึ้นกว่านี้ แม่ให้ห้องเครื่องย่อยทำขาหมูสามชิ้นที่เจ้าชอบไว้แล้ว เจ้าต้องกินให้หมดนะ”หลินถิงกลืนน้ำลายอย่างลำบาก-รู้ใจข้าดีแท้ สามชิ้นกำลังพอดีเลยเถาจูที่ยืนอยู่ด้านหลังหลี่จิงชิว ดวงตาก็แดงเรื่อไม่แพ้กัน น้ำเสียงก็สั่นเครือ “คุณหนูเจ็ดเจ้าคะ”นานทีนักที่พวกนางจะต้องจากกันเช่นนี้ แถมยังเป็นช่วงเวลาที่เสี่ยงต่อโรคระบาดด้วย หลินถิงปลอบใจทั้งสองคนเล็กน้อย แล้วจึงไปกินอาหารที่หลี่จิงชิวเตรียมไว้ให้ แม้เสบียงในถนนเป่ยฉางจะไม่เลว แต่ก็เทียบกับที่จวนไม่ได้หลังจากกินอิ่มแล้วก็ยังได้นั่งสนทนากับมารดาอีกยาว จนกระทั่งถึงค่ำ หลี่จิงชิวจึงกลับเรือนของตนเอง ส่วนหลินถิงเมื่ออาบน้ำเสร็จก็ขึ้นเตียง นำจดหมายที่จินอันไจ้มอบให้ขึ้นมาอ่านปรากฏว่าเป็นเซี่ยชิงเหอที่ได้ยินข่าวโรคระบาด จึงเป็นห่วงความปลอดภัยของนางกับต้วนหลิง สั่งให้ผู้คนเขียนจดหมายฉบับนี้ เขาระมัดระวังอย่างยิ่ง ทั้งไม่ใช้ลายมือของตนเอง และไม่ใช้คนของตนเอง แต่ฝากผ่านทางจินอันไจ้และเหล่าคนยุทธภพที่ไว้ใจได้ในจดหมายเขียนว่าเขารู้จักหมอเทวดาในยุทธภพ หากพวกเขาจำเป็นต้องใช้ ก็สามารถส่งตัวเข้ามาในเมืองได้ตอนที่เซี่ยชิงเหอให้คนส่งจดหมายออกไปนั้น ราชสำนักยังมิได้หายารักษาโรคระบาดพบ หาไม่แล้ว เขาคงไม่ส่งจดหมายนี้มาหลินถิงอ่านจบก็นำจดหมายไปเผาทิ้ง เพราะในจดหมายเองก็ระบุไว้แล้ว หากไม่จ