ติ่งหูเป็นจุดที่หลินถิงไวต่อสัมผัสเป็นพิเศษ เมื่อถูกต้วนหลิงกัดเบาๆ แล้วดูดกลืนเข้าไป ความรู้สึกวูบวาบดั่งกระแสไฟก็แล่นซ่านผ่านไปทั่วร่างโดยไม่อาจควบคุมได้การกระทำเช่นนี้ของเขานับว่าเกินความคาดหมาย หลินถิงนิ่งงันไปชั่วครู่ ยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ ความเปียกชื้นที่ติ่งหูกลับยิ่งร้อนผ่าว นางจึงเผลอหันหน้ากลับไปมองต้วนหลิงโดยไม่รู้ตัว ทว่าเพียงขยับก็ทำให้ริมฝีปากที่ยังไม่ได้ผละออกของเขาเสียดสีผ่านแก้มอุ่นๆ ของนาง ทิ้งสัมผัสนุ่มนวลไว้ที่มุมปากดั่งจงใจไม่ให้ห่างเกินไปลำคอของหลินถิงพลันรู้สึกแน่นตื้อ ต้วนหลิงมักจะจู่โจมเข้ามาอย่างไม่ให้ตั้งตัวทุกครา ทำให้นางชะงักงันอยู่เสมอติ่งหูยังคงร้อนผ่าว ราวกับยังคงถูกเขากักเก็บไว้ในปาก หลินถิงอยากจะยกมือแตะไปเบาๆ เพื่อไล่ความรู้สึกชวนขนลุกนั้นให้หายไป แต่ก็ยังคงห้ามใจไว้ได้“เหตุผลที่เขามาเยี่ยมข้าในวันนี้ ก็เพราะได้ยินจากปากของเหล่าองครักษ์เสื้อแพรว่าข้าไม่สบาย เป็นไข้ แต่เขาก็อยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งเค่อก็ม้วนตัวกลับไป”ต้วนหลิงยืนอยู่ใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ขนตายาวขยับขึ้นลงทุกครั้งที่กระพริบตา เหมือนจะสะกิดผ่านผิวของนาง “อย่างนี้นี่เอง ข้านึกว่าเจ้าชอบให้คุณชายจินมาอยู่เป็นเพื่อนเสียอีก”หลินถิง “……”คิดมากไปแล้ว พวกเขาอยู่ด้วยกันนานไม่ได้หรอก นอกจากจะมีงานที่ต้องออกไปทำด้วยกัน ไม่เช่นนั้นก็ต้องทะเลาะกันทุกคราพวกเขาเคยมีสถิติทะเลาะกันได้นานถึงหนึ่งชั่วยาม