บางครั้งถึงกับปาของใกล้มือใส่กันเลยก็มี แต่สุดท้ายหลินถิงมักเป็นฝ่ายชนะ จินอันไจ้ก็ได้แต่บ่นว่า “ไม่อยากลดตัวไปทะเลาะกับคนบ้า”ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่นางจะชอบให้เขาอยู่เป็นเพื่อน ใกล้กันมากเกินกว่านี้ก็แค่รอให้ปะทะคารม เห็นหน้ากันแค่พอรู้ว่ายังไม่ตายก็พอต้วนหลิงน่าจะพบกับจินอันไจ้ที่ชั้นล่างของโรงเตี๊ยม ทว่าเขากลับไม่เปิดโปงการปลอมตัวเป็นองครักษ์เสื้อแพรของอีกฝ่าย ไม่เช่นนั้นคงมีเรื่องใหญ่โตแน่นอน และนางก็คงได้ยินเสียงแล้ว-แต่เมื่อไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ก็คงแปลว่า……ต้วนหลิงปล่อยเขาไปอีกครั้งเหตุผลที่เขามักแกล้งทำเป็นไม่เห็น ก็เพราะจินอันไจ้เป็นสหายของนาง หัวใจของหลินถิงพลันเต้นสะดุดจังหวะขณะนั้นต้วนหลิงก็ก้มหน้าลง ค่อยๆ สูดกลิ่นอายจากร่างของหลินถิง-ท่าทีดุจคนหลงใหลในความเจ็บป่วย เผยความคลั่งไคล้ที่แม้เขาเองก็ไม่รู้ตัวว่า ได้กลายเป็นสัญชาตญาณของตนไปแล้ว“หากรู้ว่าเจ้าชอบให้สหายอยู่เป็นเพื่อนล่ะก็ วันนี้ข้าคงพาน้องสาวของข้า-หลิงอวี่-มาด้วยเสียเลย จะได้ไม่ต้องรบกวนคุณชายจินทุกครั้ง”เปลือกตาของหลินถิงสั่นไหว จะพาน้องสาวตนเองมาที่ถนนเป่ยฉาง? ทุกคนต่างก็อยากหนีจากที่นี่ มีแต่เขานี่แหละที่พูดจาเหมือนล้อเล่นนางเริ่มรู้สึกไม่อาจทานทนต่อไอร้อนที่ต้วนหลิงเป่าลมหายใจมารด คล้ายจะลามไปถึงใจ ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าของเขาอยู่แค่เอื้อม นางกลับไม่สามารถขยับหลบได้“อย่าพูดเล่นเลย ที่นี่อันตราย จะพาหลิงอวี