านของอร่อยอยู่ไม่ใช่หรือ?นางสะพายห่อผ้า มือจับบานประตู “ไม่ล่ะ กลับไปกินยังทัน”ต้วนหลิงเตือนด้วยเสียงเรียบ “เจ้าต้องเข้าเฝ้าฮองเฮาที่วังก่อนถึงจะกลับไปที่จวนหลินได้ ควรกินอะไรรองท้องไว้บ้างจะดีกว่า”มือของหลินถิงหลุดจากบานประตูทันที “ข้าต้องเข้าเฝ้าฮองเฮา? ไยเช่นนั้นเล่า?”นางมิรู้จักใครในวังสักคน ครั้งก่อนที่ไปตำหนักตะวันออก ยังเป็นเพราะต้วนซินหนิงขอให้ไปพบชายาองค์รัชทายาทเสียอีกต้วนหลิงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้านาง เอื้อมมือกดเส้นผมเล็กๆ ที่ชี้ออกด้านข้างกลับไปไว้ใต้ปิ่น กล่าวอย่างแผ่วเบา“เพราะฮองเฮาทรงต้องการพบเจ้า”“ฮองเฮาทรงประสงค์จะทราบว่า ผู้ใดเป็นผู้เสนอให้ใช้ต้นครามยับยั้งโรคระบาด ข้าก็กล่าวตามความจริง ดังนั้นจึงทรงมีรับสั่งเรียกพบเจ้า”หลินถิงเข้าใจในบัดดลว่าเรื่องเป็นมาอย่างไร นางวางห่อผ้าลง เปิดกล่องอาหารเช้าอย่างไร้กังวล“ฮองเฮาคงไม่ทรงเข้าใจผิด คิดว่าข้ารักษาโรคระบาดได้หรอกกระมัง? ข้าก็บอกท่านตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ว่าข้าเพียงรู้ว่าต้นครามสามารถใช้ยับยั้งโรคระบาดชั่วคราว แต่ไม่รู้วิธีรักษาอย่างแท้จริง”ต้วนหลิงกล่าวเสียงเรียบ “เช้านี้คนจากในวังมาแจ้งว่า ฮองเฮาทรงพบยาที่รักษาโรคระบาดได้แล้ว ทรงมีรับสั่งเรียกพบเจ้า คงมิใช่เพราะเข้าใจผิดว่าเจ้าสามารถรักษาโรคได้กระมัง”เมื่อได้ยินข่าวว่าพบยารักษาโรคแล้ว ใจของหลินถิงก็มิรู้สึกหนักอึ้งอีกต่อไป แต่ทว่า… ฮองเฮาอยู่ในวังหลัง แล้วนางทรงพบย