หลินถิงแน่นอนว่าย่อมอยากมีผู้ใดอยู่เป็นเพื่อน เพราะที่นี่ช่างเงียบงันและน่าเบื่อเกินทน อีกทั้งในใจก็ยังมีความหวาดระแวงอยู่ไม่น้อย ทว่าหากผู้ที่จะอยู่เป็นเพื่อนนั้นคือต้วนหลิง นางกลับลังเล ไม่รู้ว่าควรตอบรับหรือไม่ที่สำคัญที่สุด-ต้วนหลิงหาได้หวาดกลัวการติดโรคจากนางบ้างเลยหรือ? ถึงแม้หลินถิงจะมิได้สัมผัสผู้ติดโรคที่หนีจากถนนตะวันออกมา ทว่าคนส่วนใหญ่ที่ถูกกักกันอยู่ที่นี่ ต่างก็กล่าวว่ายังไม่เคยสัมผัสกับผู้ติดโรคเช่นกัน……เพียงเพื่อจะได้ออกจากถนนเป่ยฉางโดยไว ดังนั้นคำพูดพวกนั้นหาเชื่อถือได้ไม่สำหรับคนนอกแล้ว-แม้เพียงแค่เข้าใกล้คนพวกนี้ ก็มีสิทธิ์ติดโรคได้ จึงหลีกให้ห่างไว้ก่อนเป็นดีที่สุด ทั้งยังเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ดี เพราะเกี่ยวพันถึงชีวิต คิดมาถึงตรงนี้ หลินถิงมิได้ตอบคำ แต่ย้อนถามกลับไปว่า“ท่านต้วนมิกลัวว่าข้าจะเคยสัมผัสกับผู้ติดโรคหรือ?”ต้วนหลิงเอ่ยเรียบเย็นแต่มั่นใจ “เจ้ามิใช่หรือที่บอกว่าตนเองไม่เคยสัมผัสกับผู้ป่วย?”หลินถิงหยิบแท่งจุดไฟขึ้นมาจุดเทียน-ก่อนหน้านี้นางเพิ่งเป่าดับไป จึงมืดมัวไปทั้งห้อง-ครั้นแสงเทียนสว่างขึ้นใบหน้านางก็ถูกย้อมด้วยแสงสีแดงอ่อน“แม้ข้าจะพูดเช่นนั้น……แต่บางทีข้าอาจโกหกเพื่อจะได้ออกไปก็เป็นได้”ต้วนหลิงมองไปยังนาง แสงเทียนตกกระทบ ดวงหน้าหวานปรากฏในแสงสลัว“แล้วเจ้าจะโกหกข้าในเรื่องนี้หรือ?”หลินถิงนิ่งอึ้ง ไม่นานจึงตอบ “ก็ได้……ข้าจะไม่โกหก”เรื่องเกี่ยวกับว่