าเคยสัมผัสกับผู้ติดโรคหรือไม่ หากโกหกแล้วพลาดพลั้ง ก็อาจทำให้ผู้อื่นต้องตายเพราะตนได้ นางทำเรื่องแบบนั้นไม่ลงจริงๆต้วนหลิงหิ้วโคมไฟรูปทรงงดงามมา ใต้โคมมีพู่ห้อยสี่มุมที่แม้ไร้ลมก็พลิ้วไหวเบาๆ“เช่นนั้นก็ดี หากเจ้าบอกว่าไม่โกหก ข้าย่อมเชื่อเจ้า”หลินถิงได้ฟังดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะย้อนนึกถึงเหตุการณ์ตอนกลางวันอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าตนมีเผลอไปสัมผัสกับใครที่น่าสงสัยในถนนเป่ยฉางหรือไม่ กลัวว่าตนจะลืมเลือนรายละเอียดบางอย่างไปนับตั้งแต่นางรู้ว่าพล็อตโรคระบาดจะเกิดขึ้นในเมืองหลวง นางก็มิยอมให้ผู้อื่นเข้าใกล้เด็ดขาด เว้นระยะอย่างเคร่งครัดทุกครา กับโรคระบาดแล้ว ระวังไว้ย่อมดีกว่าเสียใจภายหลังหลินถิงกระพริบตาช้าๆ “แต่ถึงข้าจะเช่นนั้น……คนอื่นก็ยังมองว่าข้ามีโอกาสติดโรคอยู่ดี หากท่านอยู่กับข้าทั้งคืนแล้วมีใครพบเข้า ท่าน……ท่านก็คงถูกกักตัวด้วยเช่นกันมิใช่หรือ?”ต้วนหลิงกลับมิได้แยแส ตอบอย่างใจเย็น “หากไม่มีผู้ใดพบ ก็ไม่เป็นไร”หลินถิงไม่คาดว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้ ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน ตอบรับเสียงเบา “หือ?”นี่เขาคิดจะใช้อำนาจขององครักษ์เสื้อแพร อย่างไม่เหมาะควรแล้วหรือ?นางเผลอเกาเล็บมือที่คันเล็กน้อย “เช่นนี้มันไม่สมควรนะ ท่านสั่งปิดกั้นถนนทั้งสองสายจนพวกสกุลขุนนางต่างขุ่นเคืองใจ หากพวกเขาจับผิดท่านได้ คงหาเรื่องฟ้องร้องต่อเบื้องบนเป็นแน่”ต้วนหลิงก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ชายเสื้อพริ้วสะบัด “ข้าม