หลินถิงเงยหน้ามองตำหนักรัชทายาทที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ยามเที่ยง แสงแดดสาดส่องแรงกล้า ทอประกายลงบนกระเบื้องเคลือบสีเหลืองบนหลังคาตำหนัก แสงที่สะท้อนกลับเผยให้เห็นหลังคาทรงจั่วอันงดงามซึ่งประดับด้วยสัตว์เทพอย่างมีชีวิตชีวา ใต้ชายคานั้นคือประตูสีแดงยอดทอง บานประตูไม้แกะสลักลวดลายประณีต วิจิตรล้ำค่าหลินถิงยืนอยู่หน้าตำหนัก ยังไม่ทันก้าวเท้าเข้าไป ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความโอ่อ่าแบบราชวงศ์ที่แผ่กระจายออกมา ทว่าท่ามกลางความหรูหราวิจิตรงดงามนั้น กลับแฝงไว้ด้วยความเย็นชาว่างเปล่า ไร้ซึ่งชีวิตชีวา ราวกับขาดความอบอุ่นของมนุษย์นางเบือนสายตากลับมา รวบรวมจิตใจให้มั่น ก่อนก้าวตามขันทีเข้าไปยังตำหนักเพื่อพบพราชายารัชทายาทขณะนั้นพราชายารัชทายาทกำลังเด็ดดอกไม้อยู่ในสวนหลังตำหนัก ตั้งพระทัยจะนำมาทำขนมดอกไม้ให้รัชทายาทเสวยเมื่อเห็นผู้มาเยือน นางก็วางดอกไม้และกรรไกรในพระหัตถ์ลงพระนางทอดพระเนตรต้วนซินหนิงก่อน แล้วจึงหันมองหลินถิง ยิ้มละไมด้วยท่าทีสง่างาม “คุณหนูสามต้วน นางผู้นี้คือผู้ใดหรือ?”ต้วนซินหนิงค้อมกายทำความเคารพ “กราบทูลพราชายา นางเป็นสหายสนิทของหม่อมฉัน นามว่าหลินถิง ชื่อรองเล่ออวิ๋น เป็นธิดาลำดับที่เจ็ดแห่งสกุลหลินเพคะ”หลินถิงก็รีบค้อมกายตามด้วยความนอบน้อมพราชายารัชทายาทดูเหมือนจะเคยได้ยินเรื่องของหลินถิงมาบ้าง “คุณหนูหลินลำดับเจ็ดงั้นหรือ? เจ้าเป็นผู้ที่หมั้นหมายกับท่านรองผู้บัญชาการ