้นมาทันที รีบยกถ้วยชาขึ้นดื่มเพื่อกลบเกลื่อน หลุบตาลงอย่างขวยเขิน “หม่อมฉันยังมิได้หมั้นหมายเพคะ”บิดาของเซี่ยจื่อม่อยังไม่กลับมาเมืองหลวง จึงยังไม่สามารถมาสู่ขอได้ เรื่องการแต่งงานจึงต้องชะลอไว้ชั่วคราวและแน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่มีใครรู้ ต้วนซินหนิงย่อมมิกล่าวออกไปพราชายายิ้มบาง ดึงมือนางมาจับไว้ “เช่นนั้น เจ้ามีคนในดวงใจแล้วหรือไม่?”จากท่าทีของต้วนซินหนิงก็ดูออกว่า นางมีคนที่รักอยู่แล้ว แต่พราชายาก็ยังถามต่อเหมือนอยากได้คำยืนยันด้วยปาก หลินถิงเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล จึงแอบชำเลืองมองพราชายา แต่ก็ยังไม่แทรกกลาง เพียงคงท่าทีสงบ นั่งกินขนมอย่างไม่แสดงพิรุธต้วนซินหนิงตอบอย่างขวยเขิน “มีเพคะ”พราชายาทอดพระเนตรใบหน้าอ่อนเยาว์ขาวผ่องนั้นด้วยสายตาลึกซึ้ง บีบมือนางแน่นขึ้นเล็กน้อยแล้วจึงคลายออก ถามต่อด้วยน้ำเสียงแฝงรอยหยอกล้อ “แล้วเขาเป็นคุณชายสกุลใดเล่า?”แม้ต้วนซินหนิงจะเปิดใจแล้ว แต่ยังคงอายเกินกว่าจะพูด จึงตอบเลี่ยง “อีกไม่นานพราชายาย่อมทราบเพคะ”หลินถิงวางขนมลง หยิบถ้วยชาขึ้น ขณะที่พราชายายังคิดจะถามต่อ หลินถิงก็จงใจทำน้ำชาในมือหกใส่กระโปรงตนเองและของต้วนซินหนิง แล้วลุกขึ้นทันที กล่าวขอโทษด้วยสีหน้าสำนึกผิด “ขออภัยด้วยเพคะ”เมื่อถูกขัดจังหวะเช่นนั้น พราชายาก็ไม่อาจซักถามต่อได้ จึงเพียงแค่ส่งสายตามองหลินถิงอย่างมีนัย แล้วสั่งให้คนพาทั้งสองไปเปลี่ยนชุดยังไม่ทันที่สองสาวจะออกไปได้ไกล รัชท