ึงได้เรียกหม่อมฉันมาในวันนี้เพคะ?”พราชายาทรงให้นางกำนัลนำดอกไม้ที่เด็ดไว้มา พร้อมกับดึงกลีบดอกออกอย่างใจเย็น ขณะตรัสว่า “ก่อนหน้านี้เรารู้สึกถูกชะตากับคุณหนูต้วน จึงอยากทำความรู้จักกับเจ้ามากขึ้น วันนี้เชิญเจ้ามาก็ด้วยเหตุนี้ เจ้าว่าข้าดูน่ากลัวหรือ?”หลินถิงจิบชาด้วยท่าทีสงบ ภายในใจกลับไม่เชื่อคำกล่าวนั้นแม้แต่น้อยต้วนซินหนิงแอบเหลือบมองหลินถิง เห็นสีหน้าอีกฝ่ายไม่แปรเปลี่ยน ก็พลอยใจเย็นตามไปด้วย ตอบด้วยเสียงอ่อนน้อม “พราชายาทรงยกย่องเกินไปแล้วเพคะ”พราชายาทรงชวนพูดคุยเรื่องทั่วไปอย่างสนิทสนม บางครั้งก็กล่าวถึงหลินถิงที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ ด้วย มิได้ทำให้ผู้ใดรู้สึกถูกเมินแต่อย่างใด ไม่นานต้วนซินหนิงก็เริ่มผ่อนคลายลงนางเป็นคนซื่อตรง ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยม เห็นว่าพราชายารัชทายาทไม่มีเจตนาร้ายจริงๆ ก็ลดท่าทีระแวดระวังลงครั้นได้สนทนานานเข้า ก็เริ่มรู้สึกว่าพราชายาทรงเปรียบเสมือนพี่สาวผู้อ่อนโยนหลินถิงนั่งทานขนมอย่างสงบ มิได้เกรงกลัวว่าจะถูกลอบวางยาในชาและของหวาน เพราะนางรู้ดี หากพราชายามีแผนใดจริง ก็คงยังไม่ลงมือในวันที่เชิญลูกหลานสกุลใหญ่เข้าสู่ตำหนัก เว้นแต่นางจะกล้าเหยียบย่ำสกุลต้วนอย่างไม่ไว้หน้าระหว่างที่บทสนทนาดำเนินไป พราชายาก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนักว่า “คุณหนูต้วนยังมิได้หมั้นหมายกับผู้ใดหรือ?”ในใจของหลินถิงพลันร้องเตือนภัย เมื่อเอ่ยถึงเรื่องคู่ครอง ใบหน้าของต้วนซินหนิงก็แดงปลั่งขึ