คิ้ว แววพระเนตรเย็นชา: “ข้ารับราชโองการสมรสกับเจ้าก็เพราะฮ่องเต้มีพระราชดำรัส ข้าไม่มีใจให้เจ้า เจ้าเองก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่หรือ?”นางหัวเราะเบาๆ แต่น้ำตากลับคลอเบ้า: “หม่อมฉันรู้ดี และยังรู้ว่าฝ่าบาททรงรักใคร่คุณหนูสามต้วนอย่างลึกซึ้งถึงกับเมื่อครั้งนางล้มป่วยหนัก พระองค์แม้อยู่ไกลถึงซูโจว ก็ยังไม่เสียดายแรงและทรัพย์ เพียงเพื่อหายารักษาชีวิตนางต่อให้ต้องแลกมาด้วยชีวิตผู้บริสุทธิ์ก็ยอม”พระพักตร์องคร์รัชทายาทพลันเคร่งเครียดยิ่งกว่าเดิม“ฝ่าบาททรงเป็นรัชทายาท การกระทำทุกอย่างล้วนมีผลลึกซึ้ง หากผู้คนล่วงรู้ว่าพระองค์ทรงกระทำการเกินเลยเพราะอารมณ์ส่วนตัว ชื่อเสียงเกียรติยศก็ยากจะรักษาไว้ เพื่อหญิงหนึ่งคน……คุ้มแล้วหรือเพคะ?”นางปาดน้ำตาตรงหางตา เดินกลับไปยังโต๊ะ หยิบกลีบดอกไม้ในตะกร้ามาปัดเบาๆ คล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น: “น่าเสียดาย……คุณหนูสามต้วนกลับรักษาหายก่อนยาของฝ่าบาทจะมาถึง นางจึงไม่อาจล่วงรู้ในน้ำพระทัยของฝ่าบาทเลย”องคร์รัชทายาททรงนิ่งเฉย ไม่แม้แต่จะมองนาง นางพึมพำเสียงเบา: “ไม่สิ ต่อให้นางยังต้องใช้ยาของพระองค์พระองค์ก็ไม่กล้ามอบให้ด้วยตนเอง ได้แต่พึ่งมือผู้อื่น……ตราบใดที่ฮ่องเต้ยังมีพราชนม์ชีพ พระองค์ก็ไม่มีวันรับธิดาของผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรมาเป็นชายาได้”“พอได้แล้ว ข้าเตือนเจ้า อย่าได้ไปพบนางอีก” องคร์รัชทายาทกล่าวเสียงเย็นพลางผินพระพักตร์เตรียมจากไปทว่าขณะนั้นเอง หลินถิงกับต้วนซ