ินหนิงก็กลับมาถึงศาลาต้วนซินหนิงทราบฐานะของบุรุษตรงหน้า จึงรีบทำความเคารพ “หม่อมฉันขอคารวะองคร์รัชทายาท”“หม่อมฉันขอคารวะองคร์รัชทายาท” หลินถิงก็กล่าวตาม แม้ไม่เคยพบหน้า แต่ดูจากฉลองพระองค์สีเหลืองลายมังกรห้ากรงเล็บปักลายเมฆมงคล ทั้งยังเดินเข้าออกตำหนักรัชทายาทได้ตามอำเภอใจ นางจึงพอเดาได้ว่าเขาคือใครองคร์รัชทายาทชะงักเท้าเล็กน้อย เหลือบมองไปยังต้วนซินหนิงเล็กน้อย แล้วเอ่ยตอบเสียงเรียบ “อืม” ก่อนจากไปโดยไม่หันหลังกลับไท่จื่อเฟยกลับคืนสีหน้าเดิม น้ำตาหายไปจากดวงตาราวไม่เคยไหล แม้ในใจยังเวียนวุ่น แต่เมื่อเห็นเขาเดินหายลับ นางเพียงยืนมองส่งรอจนองคร์รัชทายาทจากไปไกลแล้ว นางจึงหันมาทางพวกหลินถิง ใบหน้าเรียบสงบเช่นเคย ก่อนจะกล่าวอ้างอาการไม่สบาย เชิญทั้งสองกลับไปก่อน ค่อยหาวันพบกันใหม่พอออกมาจากตำหนักรัชทายาท ทั้งสองก็ได้ขึ้นรถม้าหน้าประตูวัง แต่หลินถิงกลับไม่ขึ้นรถ เพราะนางเห็นบุรุษคนหนึ่งยืนอยู่ตรงมุมประตูวังอย่างเปิดเผย นั่นคือจินอันไจ้ เขาไม่พยายามหลบหลีกนาง คล้ายว่ามีเรื่องอยากพูดกับนางวันนี้เขายังคงสวมหน้ากาก รูปร่างสูงเพรียว เพียงแต่ไม่มีดาบประจำตัวอย่างเคย หลินถิงไม่แน่ใจว่าเขามีเรื่องอันใดจะพูด หรือจะพานางไปไหนหรือไม่ จึงไม่อาจให้ต้วนซินหนิงรอนางในรถม้า นางจึงให้ต้วนซินหนิงกลับสกุลต้วนก่อนนางไม่ได้ตรงเข้าไปหาเขา แต่ใช้สายตาเป็นสัญญาณให้เขาไปยังที่ลับตาผู้คนก่อน เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใ