ปด้วยหลินถิงฟังจบก็นิ่งไปนิด “ไท่จื่อเฟยเชิญเจ้าหรือ? เจ้ากับไท่จื่อเฟยเคยมีความคุ้นเคยกันหรือไร ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย”“ก็แค่เคยพบกันไม่กี่ครั้งตามงานเลี้ยง หรือเดินสวนกันข้างถนน”ต้วนซินหนิงเคยพบหน้าไท่จื่อเฟยจริง แต่ไม่เคยสนทนากันเป็นเรื่องเป็นราว จึงไม่กล้าไปหาถึงที่หลินถิงรินน้ำให้ “เจ้าว่าแต่ก่อนนางเคยชวนเจ้าหรือส่งเทียบเชิญไปพบตามที่อื่นบ้างหรือไม่?”“ไม่เคยเลย”นางนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกแปลกใจนัก เพราะตำแหน่งของสกุลต้วนนั้นไม่เหมาะแก่การใกล้ชิดเกินไป มิฉะนั้นฮ่องเต้จะเข้าใจผิดว่าไท่จื่อกำลังวางแผนแย่งบัลลังก์ ถ้าไม่ใช่การดึงพันธมิตร การเชิญไปตำหนักครั้งนี้จึงยิ่งชวนให้น่าสงสัย“งั้นเจ้าปฏิเสธไปเสียเถอะดีไหม?”ต้วนซินหนิงเม้มปาก “นางส่งเทียบเชิญมาหลายครั้งแล้ว ข้าก็ปฏิเสธไปหมด คราวนี้หากยังไม่ไป คงดูไม่ให้เกียรติเกินไป”ก็จริง……ปฏิเสธหลายครั้งจะทำให้อีกฝ่ายเสียหน้าหลินถิงพยักหน้า “งั้นข้าจะไปเป็นเพื่อน เจ้าไปเวลาใด?”“ปลายยามอู่วันนี้”ไท่จื่อเฟยนัดพบที่ตำหนักตะวันออกในปลายยามอู่ พวกนางจึงออกเดินทางในปลายยามซื่อ ขณะกำลังขึ้นรถม้าหลินถิงพลันรู้สึกมีสายตาแอบมองจากที่ลับ นางกวาดตามองไปรอบประตูจวนก็ไม่เห็นผู้ใด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเปิดม่านรถม้าขึ้นมาดูหลังจากขึ้นรถแล้วแล้วนางก็เห็นจริงๆ – ชายคนหนึ่งที่แอบซ่อนในเงามืดเดินออกมา เขาสวมเสื้อผ้าสีน้ำตาล รองเท้าขาว หมวกทรงแหลม เขาทำทีเหมื