สายตาทั้งสองสบกันตรงๆ หลินถิงไม่หลบเลี่ยงแต่อย่างใด แหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย จ้องมองต้วนหลิงอย่างตั้งอกตั้งใจ ราวกับว่าจะไม่ยอมละไปหากยังไม่ได้คำตอบต้วนหลิงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางโดยไม่รู้ตัว ลากสายตามองซ้ำไปซ้ำมา ฝ่ามือที่วางอยู่ริมโต๊ะขยับเล็กน้อยแล้วจึงเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าอยากแต่งกับเจ้า……จึงตอบตกลงไป”หลินถิงเบิกตากว้าง พูดออกมาอย่างเหลือเชื่อ “ท่านว่า……ท่านอยากแต่งงานกับข้า?”“อืม ข้าอยากแต่งกับเจ้า”นางในที่สุดก็กล้าถามออกมา “ท่านชอบข้าหรือ?”ต้วนหลิงว่า “ข้าอยากให้เจ้าอยู่เคียงข้างข้า ข้าไม่แน่ใจว่าสิ่งนี้เรียกว่าชอบหรือไม่ หากเจ้าต้องการความชอบ ข้าก็จะเรียนรู้ที่จะชอบเจ้า”หลินถิงถึงกับพูดไม่ออก ใจหนึ่งก็สับสน ต้วนหลิงพูดว่าอยากให้นางอยู่เคียงข้าง แปลว่าในใจเขาย่อมมีนางอยู่บ้างต้วนหลิง……มีใจให้นางเล็กน้อย แม้นางจะเคยคาดเดาไว้บ้าง แต่เมื่อได้ยินชัดๆ ก็ยังยากจะเชื่ออยู่ดี อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ นางก็ต้องยอมรับอยู่ดี“ท่านไม่ถามหรือ ว่าทำไมวันนั้นข้าถึงกล่าวว่าอยากแต่งงานกับท่าน ท่ามกลางงานเลี้ยงวันเกิดของท่าน?”ต้วนหลิงก้มหน้าลง กลบเกลื่อนอารมณ์ที่มิอาจเข้าใจในดวงตา รินชาด้วยตนเองก่อนจะยิ้มบาง“ก็เจ้าไม่ใช่ชอบข้าหรือ?”หลินถิงชะงัก“หากเจ้าไม่ชอบข้า เหตุใดจึงห่วงใยความปลอดภัยของข้า เหตุใดยอมเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือข้าหลายต่อหลายครั้งและเหตุใดจึงกล้ากล่าวคำขอแต่งงานต่อหน้าผู้คนมากม