กลับจวน ข้าเดินกลับเองก็ได้” เพราะจวนสกุลต้วนกับสกุลหลินนั้นอยู่คนละทางต้วนหลิงว่า “เจ้าไม่ใช่ว่าชอบข้าหรือ? แล้วเหตุใดถึงไม่อยากให้ข้าไปส่ง?”เป็นครั้งที่สามแล้วที่เขายกคำนี้มาพูด หลินถิงเริ่มจะร้อนหู รู้สึกว่าเขาจงใจพูดซ้ำ แต่พอมองสีหน้าเขา กลับไม่พบรอยล้อเล่นเลย ราวกับกำลังสงสัยอย่างจริงจัง ว่าทำไมความชอบของนางจึงไม่เหมือนใครหลินถิงแก้ต่าง “ข้าเพียงเกรงว่าท่านจะเหนื่อยเกินไป เมื่อวานก็ยุ่งกับงานวันเกิด กลางคืนยังต้องเข้าวัง พอกลับมาก็ทำงานต่อจนถึงตอนนี้……”“ข้าบอกแล้ว ว่าคนของกองพิทักษ์เหนือ อดหลับอดนอนได้หลายวัน ข้าไม่เหนื่อย”หลินถิงจำยอม “เช่นนั้น ขอบคุณแล้วกัน” แต่ในใจเริ่มคิดหาแผน……ต้องหาทางทำให้ต้วนหลิงเลิกล้มความคิดเรื่อง “ให้ข้าอยู่ข้างกายเขา” เสียทีแต่ก่อนที่นางจะได้ขึ้นรถม้า รถม้าอีกคันก็เคลื่อนเข้ามาหยุดข้างๆ บานหน้าต่างถูกแหวกออก ชายผู้หนึ่งยื่นหน้าออกมาเอ่ยว่า “รองผู้บัญชาการต้วน”หลินถิงมองตามเสียง ชายผู้นั้นผิวขาวซีดคล้ายผี ใบหน้าอ่อนช้อยดั่งสตรี รูปร่างผอมสูง สวมเสื้อคลุมดำ เขามองนางเพียงผ่านๆ แวบแรก แต่จู่ๆ แววตากลับแข็งค้าง คล้ายจดจำอะไรบางอย่างได้ ดวงตาเต็มไปด้วยอารมณ์ซับซ้อนทว่าชั่วพริบตาก็ซ่อนมันไว้หมดสิ้นหลินถิงแม้ไม่เคยพบเขามาก่อน แต่ด้วยเสื้อผ้าและน้ำเสียง นางก็พอเดาออกว่าเขาคือผู้ใด – คนของสำนักตะวันออกต้วนหลิงเบี่ยงตัวเล็กน้อย “ตงฉ่าง”ตงฉ่าง? นั่นก็คือหัวหน