ในยามที่หลินถิงลุกขึ้น ดวงใจของต้วนหลิงก็พลันสั่นสะเทือนอย่างไร้สาเหตุ เขาเงยหน้ามองไปยังนางโดยไม่รู้ตัวทว่านางหาได้จากไปไม่ กลับยืนประจันหน้ากับเขา สายตาบ่งบอกว่ามีถ้อยคำจะเอ่ยต้วนหลิงล่วงรู้ได้ว่าหลินถิงกำลังตื่นเต้น ใบหน้านางแดงระเรื่อ ดวงตาซึ่งโดยปกติจะเปล่งประกายมั่นคง บัดนี้กลับปกคลุมด้วยความประหม่าอันยากจะจับต้องนางกำลังวิตกเรื่องใดกัน? เขาอดครุ่นคิดไม่ได้ ความใคร่รู้ผุดพรายขึ้นในใจโดยไม่อาจห้ามไม่นานหลินถิงก็เปิดปากเอื้อนเอ่ยวาจา นางบอกว่ามีเรื่องจะพูดกับเขา แต่หาได้ชักชวนเขาไปสนทนาตามลำพังไม่ กลับจะกล่าวต่อหน้าผู้คนทั้งหลายในช่วงที่หลินถิงหยุดคำพูดครู่หนึ่ง ต้วนหลิงก็อดไม่ได้ที่จะใช้สัญชาตญาณและประสบการณ์จากการเป็นขุนนางองครักษ์เสื้อแพรหลายปี คาดเดาว่าอีกฝ่ายจะพูดสิ่งใดออกมา จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น คิดวิเคราะห์ตามสัญญาณที่ได้เห็น ซึ่งแทบไม่เคยผิดพลาดและเมื่อเขาเพิ่งจะนึกไปได้เพียงไม่กี่ข้อสันนิษฐาน หลินถิงก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง นางว่า- “ข้าปรารถนาจะแต่งงานกับท่าน”ข้าปรารถนาจะแต่งงานกับท่าน…หัวใจของต้วนหลิงเต้นถี่รัวโดยไร้การควบคุม เขาทบทวนคำกล่าวนั้นซ้ำไปซ้ำมาในใจ “แต่งงาน” คำนี้ช่างคุ้นเคยแต่กลับห่างไกล คุ้นเคยเพราะได้ยินจากปากผู้อื่นมานักต่อนัก แต่กลับห่างไกลเพราะไม่เคยคิดว่าตนจะได้แต่งงานเองเหตุใดหลินถิงจึงกล่าวเช่นนี้? เหตุใดนางจึงอยากแต่งงานกับเขา?สัญชาตญาณบอกกับต้วนห