วามเป็นห่วงหลี่จิงชิวถามต่อ “เช่นนั้น เรื่องแต่งงานกับคุณชายรองสกุลต้วน ก็นับว่ากำหนดไว้แล้วหรือ?”หลินถิงยังมิได้ตอบคำ นางวางปิ่นทองลง แล้วฟุบหน้าลงบนโต๊ะอย่างหมดเรี่ยวแรง ใบหน้าเอียงไปข้างหนึ่ง ยังครุ่นคิดถึงเจตนาของต้วนหลิงอยู่ หลี่จิงชิวเห็นนางนิ่งงันก็อดไม่ได้ที่จะบีบแก้มเบาๆ อย่างเอ็นดู“ตอนนี้ถึงรู้สึกอับอายหรือ? แล้วตอนยืนขอแต่งงานต่อหน้าเขาทำไมถึงไม่รู้สึก? โชคดีที่เขามิได้เปลี่ยนใจปฏิเสธเจ้า หากเป็นเช่นนั้นเจ้าจะทำเช่นไร?”ก็เพราะเขามิได้ปฏิเสธต่อหน้าผู้คน นั่นแหละถึงทำให้แผนที่วางไว้พังพินาศ นางจึงไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไปดีหลินถิงถอนหายใจอย่างหมดหนทาง“ท่านแม่ ข้าขออยู่คนเดียวสักครู่ หากท่านอยากรู้สิ่งใด พรุ่งนี้ข้าจะบอกท่านได้หรือไม่?”หลี่จิงชิวตั้งใจจะไถ่ถามต่อ ทว่าเห็นบุตรสาวดูอ่อนล้าใจลอยนัก จึงจำใจยอมถอย……แต่หลี่จิงชิวทนรอจนถึงรุ่งเช้าไม่ไหว นางอยากรู้เรื่องราวของคืนนี้ให้ถ่องแท้ในทันใด จึงปล่อยให้หลินถิงสงบสติในห้อง แล้วไปซักถามเถาจูที่ยืนรออยู่ข้างนอกแทนเสียงสนทนาเล็ดลอดเข้ามาจากด้านนอก หลินถิงฟุบหน้ากุมศีรษะ รู้สึกคลุ้มคลั่งจนแทบอยากกรีดร้อง เรื่องราวมันเลยเถิดไปไกลถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน?จะทำอย่างไรดี……นางควรทำเช่นไรต่อไป? หลินถิงไม่เคยคิดจะแต่งงานกับต้วนหลิง – หรือจะพูดให้ชัดกว่านั้นก็คือ นางไม่เคยคิดจะแต่งงานในโลกนี้เลยด้วยซ้ำ นางเพียงอยากหาเงินจำนวนมาก แล้วพาต