าวลือแพร่สะพัดรวดเร็วเรื่องราวในคืนนี้ส่งถึงจวนหลินภายในเวลาไม่กี่ชั่วยาม ท่านย่ากับนายท่านสามแห่งจวนหลินพอรู้ว่านางกลับมาแล้ว ก็รีบส่งคนมาซักถาม แต่กลับถูกหลี่จิงชิวตะเพิดกลับไปหมดหลี่จิงชิวทราบข่าวเข้า ก็รีบมานั่งรออยู่ที่เรือนถิงหลิง ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปก่อนทั้งสิ้น – นางยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ แล้วผู้อื่นจะมีสิทธิรู้อะไรก่อนนางได้เล่า? ดังนั้นพอหลินถิงเดินเข้าประตูเรือน ก็พบหลี่จิงชิวยืนรออยู่แล้ว“ท่านแม่……”หลี่จิงชิวสั่งปิดประตู แล้วดึงนางเข้าไปในห้อง จากนั้นปิดประตูอีกชั้น“เจ้าตอบข้า เรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้เป็นความจริงหรือไม่?”“จริงเจ้าค่ะ” หลินถิงเดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง นั่งลงอย่างใจลอย เริ่มถอดเครื่องประดับช้าๆ จนเมื่อมาถึงปิ่นทองที่ต้วนหลิงเคยแตะ นางก็หยุดชะงักไปเหตุใดต้วนหลิงจึงตอบตกลง? ปริศนานี้ทำให้นางร้อนรุ่มทั้งคืน ไม่ได้คำตอบก็เหมือนมีมดกัดหัวใจอยู่ไม่หยุดหลี่จิงชิวเมื่อได้ยินคำยืนยันจากบุตรสาว ใบหน้าก็เปล่งประกายยินดี ทว่ายังอดตำหนิมิได้“เจ้าทำเกินไปแล้ว แม้เจ้ากับคุณชายรองแห่งสกุลต้วนจะมีใจต่อกัน ก็มิควรแสดงออกเช่นนี้ หาใช่กุลสตรีจะเอ่ยถ้อยคำเช่นนั้นต่อหน้าผู้คนไม่”หลินถิงมองเงาในกระจก เห็นใบหน้าตนเองที่เต็มไปด้วยความสับสน ยังมิได้ตอบถ้อยคำใด แท้จริงแล้ว หลี่จิงชิวก็มิได้ตั้งใจตำหนินางนัก เพียงแต่รู้สึกว่านางกระทำการเกินตัว ไม่คิดหน้าคิดหลัง จึงเอ่ยขึ้นเพราะค