อ แววตาอ่านไม่ออกว่าคิดสิ่งใด“เช่นนี้ดูจะไม่เหมาะนัก คุณหนูเจ็ดเปิดร้านย่อมต้องทำการค้า จะมาขาดทุนได้อย่างไร”น้ำเสียงเขานุ่มนวล แต่กลับฟังไม่ออกเลยว่าในใจคิดเช่นไร ขณะนั้นเอง จินอันไจ้ซึ่งกลับมาพอดี ก็ได้ยินบทสนทนาสองประโยคนี้เข้าอย่างจัง เขาถึงกับสงสัยว่า หลินถิงโดนเสน่ห์ของต้วนหลิงเล่นงานไปแล้วหรือไร? เพราะหลินถิงขึ้นชื่อว่าเห็นเงินสำคัญยิ่งชีพ ไม่เคยยอมขาดทุนให้ผู้ใดง่ายๆ แต่ตอนนี้กลับพูดว่าให้เขาเอาหนังสือไปโดยไม่ต้องจ่าย!?ก่อนหน้านี้ก็เชิญต้วนหลิงไปกินข้าวในหอหนานซาน ตอนนี้ยังจะไม่เก็บเงินค่าหนังสืออีก? นี่ต้วนหลิงกลายเป็น“เนื้อทองคำ” ไปแล้วในสายตานางงั้นหรือ!?จินอันไจ้เดินเข้ามาในร้าน เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแฝงความหมายลึกซึ้ง “หลินเล่ออวิ๋น เจ้าเมื่อครู่กล่าวว่าอะไรนะ?”หลินถิงตกใจ เขากลับมาตอนนี้ได้อย่างไรกัน!? นางหันกลับไปมองเขา แล้วแอบส่งสัญญาณทางสายตาให้ว่า“ข้าจะเป็นคนจ่ายเงินค่าหนังสือของต้วนหลิงเอง จะไม่ให้ร้านต้องเสียหาย”แม้ร้านหนังสือนี้จะมิใช่ของนางเพียงผู้เดียว แต่หลินถิงก็ไม่คิดจะฉวยโอกาส เพียงคิดว่า……ต้วนหลิงคงไม่ได้มาบ่อยนัก และอีกอย่าง ห้องหนังสือของต้วนหลิงใหญ่กว่าร้านนางเสียอีก แถมหนังสือก็คงเยอะกว่า เขาคงไม่มาบ่อยจนทำให้ขาดทุนได้กระมังนางส่งสัญญาณสายตาจบแล้ว จึงกล่าวเสียงจริงจังต่อว่า “ข้าเพิ่งบอกว่า จากนี้ไปหากท่านต้วนมาหอหนังสือ ข้าจะไม่คิดเงิน เจ้าอย่าลืมล่