ะ”ภายนอกนางคือเจ้าของร้านเพียงผู้เดียว จินอันไจ้กวาดตามองต้วนหลิงกับหลินถิงอย่างมีนัย ก่อนจะเอ่ยทักด้วยมารยาทว่า “ท่านต้วน”เขาวางดาบลง หยิบไม้ขนไก่มาปัดฝุ่น ปัดใยแมงมุมบนผนังอย่างคล่องแคล่ว เหมือนกับทำเป็นประจำอยู่แล้วต้วนหลิงหันไปอย่างไม่รีบร้อน พลางถามขึ้นราวกับแค่เอ่ยผ่านๆ ว่า “คุณชายเสิ่นไม่ได้กลับมาด้วยกันหรือ?”“เขาไม่กลับมาแล้ว” หลินถิงตอบ พร้อมกับสบตาจินอันไจ้“เหตุใดเล่า?”“เขามีธุระต้องไปจัดการ จึงจากไปในวันนี้”ต้วนหลิงยิ้มน้อยลงเล็กน้อย ราวกับเสียดายอะไรบางอย่าง“น่าเสียดาย ข้ายังอยากจะผูกมิตรกับคุณชายเสิ่นอยู่เลย”หลินถิงรู้ดีว่าเขาหมายถึงสิ่งอื่น มิใช่แค่มิตรภาพ นางจึงแสร้งปลอบเขา“ในยุทธภพยังมีผู้มากฝีมืออีกมากมาย ข้าเชื่อว่าท่านจะได้พบผู้ดีกว่าเขาอีก ไม่ต้องเสียใจนักหรอก”จินอันไจ้ฟังเงียบๆ ต้วนหลิงเปิดหนังสืออีกครั้ง สายตาทอประกายลึก“ไม่เหมือนกันหรอก……คนแต่ละคนล้วนไม่เหมือนกัน ต่อให้เป็นเรื่องเดียวกัน หากเปลี่ยนคน ความรู้สึกก็ย่อมเปลี่ยนไป”หลินถิงไหวไหล่ “แต่นั่นก็เป็นเรื่องของวาสนา ไม่ควรฝืน”ต้วนหลิงเลิกคิ้วเล็กน้อย “หากข้าอยากฝืนล่ะ?”เขาหมายถึงอยากจับกุมเซี่ยชิงเหอจริงๆ ใช่ไหม? หลินถิงพยายามรักษาท่าที“หากฝืน อาจนำไปสู่หายนะ หรือพังพินาศกันทั้งสองฝ่าย ข้าคิดว่า……ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติจะดีกว่า”ดวงตาของต้วนหลิงเปล่งประกายเย็น “แม้จะต้องพังพินาศ……ข้าก็จะคว้าสิ่งที