อเพียงบิดาของต้วนหลิงนั่งอยู่ข้างเฝิงฮูหยิน บิดาของต้วนหลิงมีเค้าหน้าคล้ายเขาอยู่บ้าง แม้อายุจะมากแล้ว แต่กาลเวลาก็มิได้ฝากร่องรอยไว้บนใบหน้าเขามากนัก ใบหน้ายังคงงดงาม คิ้วดั่งกระบี่ ดวงตาดุจดวงดาว รูปงามหมดจดเขาผู้นี้ทำงานอย่างเงียบขรึม แม้ในวันอันน่ายินดีเช่นวันนี้ ก็ยังแต่งตัวเรียบง่าย เพียงสวมอาภรณ์ไหมสีเข้มปราศจากอาภรณ์ประดับเอวใดๆ เว้นเพียงสายรัดเอวเท่านั้น เขาคือขุนนางแห่งกรมองครักษ์เสื้อแพร อีกทั้งยังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของหน่วยงานนี้สิ่งหนึ่งที่เขาแตกต่างจากต้วนหลิงคือ ไม่เคยยิ้มเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะยามใด ใบหน้ามักเรียบเฉย ราวกับมิรู้จักการหัวเราะ หลินถิงเคยพบเขาเพียงสองครา คราแรกในพิธีศพบุตรชายคนโตของเขา ต้วนหลี่เซิง อีกคราก็คือยามนี้แม้ต้วนซินหนิงไม่ค่อยเอ่ยถึงบิดาผู้นี้ นางจึงแทบไม่รู้เรื่องราวใดๆ ของเขา ทว่าต่อให้ไม่รู้จัก ก็ยังต้องเอ่ยคำทักทายอย่างเหมาะสม “คารวะเฝิงฮูหยิน คาระวะใต้เท้าต้วนเจ้าค่ะ”เฝิงฮูหยินยิ้มละไม หันไปแนะนำแก่ต้วนผู้เฒ่า “นางคือคุณหนูเจ็ดแห่งสกุลหลิน ข้ากล่าวถึงนางให้ท่านฟังบ่อยนัก ชื่อเล่ออวิ๋น”ใต้เท้าต้วนปรายตามองตามสายตาเฝิงฮูหยิน พยักหน้าเล็กน้อยโดยมิกล่าววาจาใด รอยยิ้มของเฝิงฮูหยินจางลงเล็กน้อยเขานั่งใกล้เฝิงฮูหยิน จึงย่อมเห็นชัด ในที่สุดจึงเอ่ยขึ้น เสียงเย็นแต่ไม่หยาบ “ได้ยินว่าเจ้าเป็นสหายสนิทของหลิงอวี่ รู้จักกันตั้งแต่ยังเยาว์วัย…