ันเกิดของเฝิงฮูหยิน ตามธรรมเนียมแล้ว ผู้ที่จะร่วมโต๊ะกับเจ้าภาพย่อมเป็นญาติสนิทมิตรสหายเท่านั้น การที่หญิงสาวผู้เป็นคนนอกอย่างหลินถิงไปนั่งร่วมด้วย จึงดูไม่เหมาะนักกระนั้นเฝิงฮูหยินก็ไม่ได้ทำให้หลินถิงรู้สึกอึดอัดใจ นางยังเรียกบรรดาบุตรีของญาติผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับสกุลต้วนรวมถึงทายาทสกุลเซี่ยมานั่งร่วมโต๊ะด้วย ไม่ทราบว่าเจตนาแน่ชัดหรือเป็นเพียงความบังเอิญ หลินถิงถูกจัดให้นั่งลงข้างต้วนหลิงพอดิบพอดีต้วนหลิงอยู่ด้านซ้ายมือของนาง ส่วนต้วนซินหนิงนั่งอยู่ทางขวา ทำให้หลินถิงรู้สึกเหมือนมีหนามทิ่มแทงอยู่ใต้กาย“คุณหนูเจ็ด” เขาเรียกนางหลินถิงจึงหันไปสบตา เห็นว่าตนกับต้วนหลิงนั่งใกล้กันยิ่งนัก เพียงแค่หันศีรษะก็เกือบแนบไหล่กันอยู่แล้ว หากไม่ระวังก็อาจแตะต้องเอวหรือมือเขาโดยไม่ตั้งใจ “ท่านต้วน”ห่างกันเพียงวันเดียว กลับได้พบหน้าอีกครั้ง ความกระอักกระอ่วนในใจยังมิทันจางหายต้วนหลิงก้มหน้ามองมือของหลินถิง แขนเสื้อกว้างของนางเลิกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นข้อมือเรียวขาวที่สวมกำไลหยกสีเขียวอ่อนงดงามสะดุดตา ความจริงเขาเห็นกำไลวงนี้มาตั้งแต่ก่อนหน้าแล้ว“กำไลวงนี้……”“เฝิงฮูหยินเป็นผู้ให้ข้าเจ้าค่ะ”เขาเลื่อนสายตามาจ้องใบหน้านาง แววตาฉายความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ แต่หากเพ่งมองให้ดี กลับจับจิตจับใจไม่ได้ว่าเป็นสิ่งใด“เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำไลวงนี้มีความหมายอันใด?”หลินถิงยกมือขึ้นดูอย่างครุ่นคิด “มีความห