ใช้หมดทั้งขวดแล้วกระมัง……”นางรีบยื่นสบู่หอมส่งให้ต้วนหลิง แล้วพลันคว้าเอาน่องไก่ชิ้นหนึ่งยัดใส่หน้ากากของจินอันไจ้ “เจ้ากล้าพูดอีกคำเดียว ข้าจะลงโทษเจ้าให้กินน่องไก่นี่ให้หมด!”เซี่ยชิงเหอที่ยืนมองไม่เข้าใจนัก ไก่นี้ถึงกับต้องลงโทษ ด้วยการให้กินหรือ? หรือว่ามันรสชาติน่าเกลียดนัก?ต้วนหลิงล้างมือเรียบร้อยแล้วจึงนั่งลงที่โต๊ะหิน “พวกเจ้าทั้งสามไม่กินหรือ?”หลินถิงเพิ่งข่มขู่จินอันไจ้เสร็จ จึงรีบเก็บน่องไก่ใส่จานที่ไม่ใช้แล้ว “พวกเราสามคนกินเรียบร้อยแล้ว ท่านต้วนเชิญเถิด”ต้วนหลิงหยิบตะเกียบไม้ไผ่ขึ้น ทว่ากลับยังไม่คีบกับข้าว“คุณชายเสิ่นลงแรงลงใจทำอาหารมากมาย เจ้าไยถึงกินเพียงนิดเดียว ไม่ควรกินมากหน่อยหรือ? อย่างไรเสียก็นับเป็นน้ำใจของเขา”เซี่ยชิงเหอ: “……”จินอันไจ้เดินไปที่อ่างน้ำ จุ่มผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำแล้วเช็ดหน้ากากที่เลอะน่องไก่ “นางว่า นางกินได้น้อย กินไม่ลง”หลินถิงกำหมัดแน่น หากไม่ติดว่าอยู่ไกลนางคงกระหน่ำเตะอีกสักสองสามที ความคิดอยากวางยาเขานั้นกลายเป็นจริงจังขึ้นทุกทีต้วนหลิงมองสำรวจอาหารบนโต๊ะ แล้วเอ่ยเสียงเรียบคล้ายไม่ใส่ใจ “พวกเจ้ามักจะกินข้าวร่วมกันหรือ?”หลินถิงเพิ่งได้สติจากความโกรธ รู้สึกว่ายืนมานานเกินไป จึงนั่งลงตรงข้ามต้วนหลิง เทน้ำชาใส่ถ้วย ดื่มกลบความกังวล ไม่แตะต้องน้ำแกงไก่ที่เซี่ยชิงเหอต้มไว้“ไม่บ่อยนักหรอก บางครั้งเท่านั้น บางครั้งจริงๆ”ต้วนหลิงมองที่นั่งว่างข้างตน แล