หอเห็นต้วนหลิงไม่เพียงไม่บีบคั้นให้ตนถอดหน้ากาก อีกทั้งยังไม่กล่าววาจาใดกดดันอีก ความเครียดในใจเขาจึงคลายลงหลายส่วน เขาเดินตามเข้าไปยังลานหลังอย่างเงียบเชียบ ตักข้าวหนึ่งถ้วยให้ต้วนหลิงอย่างเงียบงัน แสร้งทำตนเป็นบุรุษในยุทธภพผู้ไร้ถ้อยคำอย่างสมบูรณ์ต้วนหลิงเดินไปล้างมือ หลินถิงมองเข้าไปแล้วพูด “สบู่ที่นี่หมดแล้ว ข้าจะไปเอามาให้”จินอันไจ้ยืนกอดดาบ เอ่ยเย็นชาว่า “ก็เพราะเจ้าล้างเสียหมดนั่นแหละ ล้างตั้งสิบรอบ ถูจนมือลอกหมดแล้ว ก็ไม่รู้ว่ารังเกียจอะไรนักหนา”หลินถิงกัดฟันแน่น “ไม่มีอะไรทั้งนั้น เจ้าน่ะเงียบไปเถอะ ไม่พูดไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้หรอก”ต้วนหลิงที่กำลังล้างมือชะงักมือทันที เงยหน้าขึ้นมองหลินถิง สายตาของต้วนหลิงจับจ้องมายังนาง หลินถิงรู้สึกหนังศีรษะชาวาบ กลัวว่าเขาจะเข้าใจผิดคิดว่านางรังเกียจเขา แล้วพาลแค้นเคืองนางรีบกล่าวแก้ “ข้าไม่ได้รังเกียจท่าน… ข้าเพียงแต่…”สายตาของจินอันไจ้ไหววูบเล็กน้อย คล้ายจะเอ่ยถามว่า “เพียงแค่เพราะสิ่งใดกัน?”หลินถิงถลึงตาใส่เขา ก่อนจะถีบเขาเต็มแรงหนึ่งครา กัดฟันตอบ “ข้าเพียงเป็นคนรักความสะอาดเท่านั้น! ปกติก็ล้างมือหลายรอบอยู่แล้ว!”ต้วนหลิงละสายตาลง มองผิวน้ำที่ขุ่นมัว ใบหน้าสะท้อนในนั้นพลันถูกคลื่นกระเพื่อมฉีกกระจายจินอันไจ้ถูกถีบเข้าที่เข่า ทว่าเขายังคงยืนตัวตรงนิ่งเฉย เอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าจะหลอกใครกัน? ปกติล้างรอบเดียวก็จบ วันนี้ล้างเกือบสิบรอบ เกือบจะ