งของนางแผ่วลงเล็กน้อย “แต่หากท่านมาในฐานะพี่ชายของสหายข้า เช่นนั้นเราก็ถือว่ามีสัมพันธ์เป็นครึ่งหนึ่งของสหาย ข้าหวังว่าท่านจะให้เกียรติสหายของข้า”หลินถิงเหมือนลืมไปว่าต้วนหลิงเคยกล่าวชัดในหอหนานซานว่า-เขาไม่คิดจะเป็นสหายกับนาง แม้นางรู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่เคยคิดมีไมตรี แต่นางยังเลือกใช้น้ำคำปลอบประโลม“เหตุที่ข้าพาท่านมาชมหอหนังสือวันนี้ มิใช่เพราะฐานะองครักษ์เสื้อแพร แต่เพราะท่านคือต้วนหลิง พี่ชายของต้วนซินหนิง สหายข้าคนนั้น”เดิมนางยังคิดจะพูดถึงความสัมพันธ์ในวัยเยาว์ แต่เปลี่ยนใจภายหลัง เกรงจะกระตุ้นความทรงจำอันไม่พึงใจของเขาเสียเปล่าๆกล่าวจบ หลินถิงเงียบลง เฝ้ารอคำตอบจากเขา ต้วนหลิงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้านาง“เจ้าดีกับสหายเสียจนข้ารู้สึกอิจฉา มีทั้งคุณชายจิน มีแม่นางที่ถูกเหลียงอ๋องจับตัว และบัดนี้ก็มีคุณชายเสิ่นอีกคน”หลินถิงแหงนหน้าขึ้นมองเขาผู้สูงกว่านางหลายช่วง “เมื่อเป็นสหาย ก็ต้องปกป้องกันและกัน”ต้วนหลิงโน้มตัวลงต่ำอย่างไม่รู้ตัว ดวงตาประสานสายตานาง “หากสหายของเจ้ากระทำผิด เจ้าจะยังคงปกป้องเขาหรือไม่?”หลินถิงเหลือบมองจินอันไจ้กับเซี่ยชิงเหอ “ข้าเชื่อใจสหายของข้า พวกเขาไม่มีทางทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ไม่มีเหตุอันใดจะกระทำผิดได้ แม้จะถูกใส่ร้าย ข้าก็ยังเชื่อว่าพวกเขาไม่ได้ผิด”ต้วนหลิงพลิกปิ่นในมือเบาๆ “เจ้าช่างเชื่อมั่นในสหายเสียจริง”“แน่นอน ความเชื่อใจคือสิ่งที่สหายพึงมีให้กัน” หลินถิ