งเอียงคอเล็กน้อยก่อนเอ่ยแทรกขึ้น “แต่เหตุใดจึงพูดกันไปถึงเรื่องทำผิดกฎหมายเล่า?”ต้วนหลิงหัวเราะเบาๆ “ข้าเพียงอยากรู้นักว่าเจ้าจะให้ค่ากับสหายถึงเพียงใด จึงยกตัวอย่างมาเพียงเท่านั้น”สายตาหลินถิงเหลือบไปมองปิ่นในมือของต้วนหลิงอีกครั้ง…เหตุใดมันจึงหลุดออกมาอีกแล้ว?เซี่ยชิงเหอไม่อาจพูดสิ่งใดได้ ได้แต่ฟังทุกคำพูดของพวกเขาไปพลาง เหงื่อเย็นผุดขึ้นทั่วหลัง มือแอบกำแน่นสายตาชำเลืองมองจินอันไจ้ไม่หยุด กลับเห็นอีกฝ่ายยังคงนิ่งสงบ ยามเผชิญหน้ากับอันตราย กลับไร้ความหวาดหวั่นเมื่อครั้งยังเด็ก ท่านปู่ของเซี่ยชิงเหอเคยเป็นขุนพลแห่งราชวงศ์เก่า เล่าเรื่องของจินอันไจ้ให้เขาฟังอยู่บ่อยๆ บอกว่าเด็กผู้นี้ไม่อ่อนแอเหมือนฮ่องเต้พระบิดา มิใช่ผู้โอนอ่อนเหมือนพระมารดา เขาเฉียบแหลม หนักแน่น ตั้งแต่ยังเยาว์ มาบัดนี้ ดูแล้วท่านปู่ของเขาพูดถูกทุกประการเพียงแค่ความสงบยามเผชิญเหตุ ก็เหนือกว่าผู้คนมากมาย แต่น่าเสียดาย-ราชวงศ์ล่มสลาย เด็กหนุ่มผู้นี้กลายเป็นเงาที่ไม่มีวันสว่าง หากวันใดถูกค้นพบโดยฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน คงไม่รอดชีวิตเป็นแน่ คิดถึงจุดนี้ ใบหน้าเซี่ยชิงเหอเผยยิ้มเย็นเยาะตนเอง เขากับจินอันไจ้…ก็มิได้ต่างกันเลยสักนิด ล้วนแต่เป็นคนที่ไม่มีที่ยืน ต้องหลบซ่อนตัวทุกย่างก้าว มิให้ใครล่วงรู้ตัวตน หรือเขาจะต้องใช้ชีวิตแบบนี้ตลอดไป? เขาก้มหน้าครุ่นคิดต้วนหลิงปรายตามองเซี่ยชิงเหอ “หากข้าในฐานะรองผู้บัญชาการองครักษ์เสื