าน แผ่ซ่านใกล้ปลายจมูกของหลินถิง จู่ๆ นางก็นึกถึงใบหน้าชวนฝันของต้วนหลิงยามกระซิบหอบหายใจบนฝ่ามือของนาง ภาพนั้นทำให้นางเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว แต่ยังไม่ทันได้ถอยเต็มก้าว มือของต้วนหลิงที่ไล้ตามมวยผมของนางไปด้านหลังศีรษะก็ยกขึ้นกดเบาๆ หยุดนางไว้ต้วนหลิงใช้มือข้างหนึ่งประคองนาง อีกข้างหนึ่งค่อยๆ ดันปิ่นทองกลับเข้าไปในเส้นผม พร้อมกล่าวเตือนเสียงต่ำ“อย่าถอยอีกเลย คุณชายเสิ่นยืนอยู่ด้านหลังเจ้า ถอยไปอีกก้าวก็จะชนเขาเข้าแล้ว”หลินถิงเพิ่งรู้ว่าตนเกือบจะชนเซี่ยชิงเหอเข้า รีบก้าวขากลับมา เอ่ยเสียงเบา “ขอบคุณเจ้าค่ะ…”เมื่อกล่าวจบ มือที่วางบนท้ายทอยของนางก็ผละออกไปอย่างนุ่มนวล ช่างรู้จังหวะยิ่งนัก เซี่ยชิงเหอที่ยืนอยู่เบื้องหลังเห็นการกระทำนั้นชัดเจน เขาแอบถอนหายใจออกมาเบาๆ -ตอนแรกยังคิดว่าต้วนหลิงจะบีบคอหลินถิงเสียแล้ว แต่สุดท้ายก็แค่กันไม่ให้นางถอยหลังเท่านั้นปิ่นทองบนผมนางยังคงแกว่งเบาๆ ตำแหน่งที่ถูกมือเขาแตะต้องยังร้อนวูบไม่หาย“ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ท่านต้วน…” หลินถิงกล่าวขึ้นอย่างระมัดระวังต้วนหลิงหันมามองนาง “เจ้าจะไล่ข้ากลับหรือ?”หลินถิงรีบพูดแก้ “ข้าเปล่า เพียงแต่เห็นว่ายามนี้ดึกแล้ว จึงคิดจะถามท่านว่าคิดจะกลับเมื่อไร หากยังไม่รีบกลับจะอยู่ทานอาหารเย็นด้วยกันก็ได้”วาจาสุดท้ายแฝงความปราชดเต็มเปา ไม่คาดว่าต้วนหลิงจะตอบกลับหน้าตาเฉย“ก็ได้ ข้ากำลังหิวพอดี เมื่อครู่เห็นในลานหลังมีโต๊ะ