าก็พูดลอยๆ ไปเท่านั้นเอง เจ้าโวยวายอะไรนักหนา เหมือนคนทำความผิดจนใจคอไม่สงบก็ไม่ปาน”หลินถิงตัดสินใจเลิกพูดกับเขา ขณะนั้นเอง เซี่ยชิงเหอเดินเข้ามาจากหลังเรือน แขนเสื้อพับขึ้นเล็กน้อย มือยังเปียกชื้น เหงื่อผุดเต็มใบหน้า ชุดที่สวมเป็นเสื้อคลุมตัวบางที่ปกติใช้ในครัว “คุณหนูหลิน เจ้ามาแล้วหรือ”นางตอบรับเบาๆ แล้ววางไม้ขนไก่ลง มือทั้งสองไพล่หลัง มองสำรวจเสื้อผ้าของเซี่ยชิงเหอที่ดูไม่เข้ากับใบหน้าเรียบเฉยสง่างามของเขาแม้แต่น้อย “คุณชายเซี่ย ท่านนี่…”เซี่ยชิงเหอพำนักในหอหนังสือกินอยู่โดยไม่เสียเงินมาหลายวัน จึงเกรงใจไม่น้อย รับหน้าที่ทำกับข้าวด้วยตนเอง“ข้าเพิ่งเข้าครัวไปทำอาหารมา”“ทำอาหาร?” หลินถิงเหลือบมองจินอันไจ้อย่างจับผิด คนผู้นี้ถึงกับให้เซี่ยชิงเหอเข้าครัวงั้นหรือ?จินอันไจ้: “…”เซี่ยชิงเหอรีบชี้แจง “คุณหนูหลินอย่าเข้าใจผิด มิใช่คุณชายจินใช้ข้า แต่ข้าอาสาเอง เจ้าเพิ่งมาถึงพอดี อยากอยู่ร่วมโต๊ะด้วยกันหรือไม่?”เมื่อเขาเอ่ยเชิญ จินอันไจ้ก็เลิกคิ้ว “คุณชายเซี่ยอุตส่าห์เอ่ยปาก เจ้าอยู่ร่วมกินข้าวเสียเถิด”หลินถิงก็รู้สึกหิวอยู่บ้าง “เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว”ทั้งสามจึงย้ายไปนั่งที่โต๊ะหินในลานหลัง เซี่ยชิงเหอจัดกับข้าวไว้สี่อย่าง ไก่ตุ๋น ผัดผัก ปลาอู่ชางนึ่ง และหัวสิงโตผัดเนื้อปู หน้าตานับว่าน่ากินอยู่ไม่น้อยหลินถิงมองอย่างพอใจ ท้องร้องจังหวะพอดี นางจึงไปล้างมือ ใช้สบู่จากลูกสะบ้ามาถูหลายร