ชายเซี่ยต้องรอ”เซี่ยชิงเหอรีบบอก “ข้าไม่รีบหรอก”หลินถิงเบี่ยงตัวหลบ ส่งเสียงบ่นเบาๆ “ไม่ได้ห้ามเจ้าล้างสักหน่อย จะเร่งอันใด”จินอันไจ้เหลือบมองมือของหลินถิงที่แดงเถือก ก่อนก้าวไปล้างมือตนเอง “วันนี้เจ้าท่าทางแปลกนัก นอกจากองค์หญิงแล้ว เจ้าพบใครอีกหรือไม่?”หลินถิงเช็ดมือด้วยผ้าเช็ดหน้า เดินไปนั่งยังโต๊ะหิน “ไม่เกี่ยวกับเจ้า รีบล้างมือเถิด อย่าอ้อยอิ่ง คุณชายเซี่ยยังรออยู่”เซี่ยชิงเหอฟังพวกเขาสองคนแล้วทั้งขำทั้งปวดหัว จินอันไจ้ไม่ถามต่อ เมื่อล้างมือเสร็จก็มานั่งตรงข้ามนาง ถอดหน้ากากที่ปิดบังใบหน้าอันเหี้ยมเกรียมออกเซี่ยชิงเหอยกข้าวมาสามถ้วย ส่งตะเกียบให้ทั้งสอง “ข้าไม่เคยทำอาหารมาก่อน รสชาติอาจไม่ดีนัก”เมื่อก่อนตอนสกุลเซี่ยยังรุ่งเรือง เขาไม่เคยแม้แต่จะจับของใช้ในครัวหลินถิงตักหัวสิงโตเนื้อปูขึ้นมากัดคำหนึ่ง มุมปากกระตุกแทบไม่เห็น “คุณชายเซี่ย ช่างถ่อมตน…” ไม่ใช่ไม่อร่อยหากแต่อย่างกับฝืนทานยาพิษจินอันไจ้มีประสบการณ์มาก่อน กินเพียงข้าวเปล่า ไม่เตือนนางสักคำก่อนหน้านี้เซี่ยชิงเหอเคยทำบะหมี่ให้เขา จินอันไจ้จึงตั้งใจให้หลินถิงได้ลิ้มรส “ฝีมือดี” นั้นบ้างหลินถิงเหลือบมองเขา รู้ทันทีว่าเขารู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว จึงเตะใต้โต๊ะอย่างแรงเซี่ยชิงเหอก้มมองเท้าใต้โต๊ะ “คุณหนูหลิน เหตุใดเจ้าถึงเตะข้า?”นางรีบดึงเท้ากลับ หัวเราะแห้งๆ “อาหารนี้อร่อยยิ่งนัก ข้ารู้สึกตื่นเต้น ห้ามไม่อยู่จริงๆ”จินอันไจ้