ถึงกับหลุดยิ้ม ทว่าไม่นานเขาก็หัวเราะไม่ออก-หลินถิงตักหัวสิงโตอีกสองลูกกับน่องไก่ให้เขา แล้วยังเติมน้ำแกงไก่กลิ่นแรงใส่ชามเขาจนล้น “อาหารดีเยี่ยงนี้ เจ้าก็ควรกินมากหน่อย จะได้ไม่เป็นสุขอยู่คนเดียว”เซี่ยชิงเหอรู้สึกภูมิใจนัก จ้องจินอันไจ้ “คุณหนูหลินพูดถูก ท่านลองชิมดูเถิด”เขาค่อยๆ ยกตะเกียบขึ้น จำใจทานของที่หลินถิงตักให้เซี่ยชิงเหอถาม “เป็นอย่างไรบ้าง?”เดิมทีเขาอยากพูดตรงๆ ว่าอาหารนั้นเลวร้ายที่สุดตั้งแต่ลิ้นเคยลิ้มมา จะได้ไม่มีใครต้องทนกินอีก ทว่าคำพูดกลับออกมาเป็น “พอกินได้”หลินถิงยกนิ้วโป้งให้เขา ช่างน่าประหลาด ปากพิษอย่างเขายังมีวันนี้ที่พูดคำหวานได้จินอันไจ้วางตะเกียบลง ถามอย่างจริงจัง “คุณชายเซี่ย ท่านลำบากทำกับข้าวเอง ไยไม่ลองชิมสักคำ?”“ข้าเคยได้รับบาดเจ็บที่กระเพาะตอนอยู่ในคุก ตอนนี้ยังไม่หายดี กินเนื้อสัตว์ไม่ได้ พวกท่านกินเถิด”เซี่ยชิงเหอกินได้เพียงผักกับข้าว อาหารหลักคือโจ๊กจืดๆ หลินถิงตักผักมากินบ้าง ยังดีที่ไม่ถึงกับแย่ ทว่ารสอ่อนชะมัด ครานี้นางเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเจ้าตัวถึงไม่รู้ว่าอาหารของตนเองรสชาติเป็นเช่นไรเซี่ยชิงเหอพลันถาม “คุณชายจิน ท่านคิดจะส่งข้าออกจากเมืองเมื่อใด?”จินอันไจ้รินชาดื่ม ไม่แตะกับข้าวแม้แต่น้อย “ช่วงนี้เหลียงอ๋องหายตัวไป เมืองหลวงเข้มงวดมากกว่าเดิม ยากจะออกนอกเมือง ต้องรอไปก่อน”หลินถิงชะงัก แสร้งถาม “เหลียงอ๋องหายตัวไป? เมื่อใด ข้าไยไม่รู้เรื่อง?”