ี้ที่หอหมิงเยว่ก็เพราะฤทธิ์ยาส่วนตัวนางเอง…ก็ไม่ได้รักเขาเช่นกัน การจูบเขาในครั้งก่อนก็เพื่อปฏิบัติภารกิจ ส่วนวันนี้ที่ยอมช่วย ก็เพื่อชดเชยความผิด พวกเขาจะไม่มีวันแต่งงานกัน และย่อมไม่ควรแต่ง หากวันนี้นางใช้บุญคุณทวงสิ่งตอบแทน คงได้กลายเป็นเป้าหมายในการล้างแค้นของต้วนหลิงในวันข้างหน้านางจึงรีบกล่าว “ท่านต้วน เรื่องในวันนี้มีต้นเหตุมาจากข้า ข้าย่อมต้องรับผิดชอบ ท่านไม่จำเป็นต้องผูกมัดตนเองไว้กับข้าด้วยธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น…ถือเสียว่าเป็นความฝันหนึ่งเถิด”นางรู้สึกคุ้นเคยคำเหล่านี้นัก คล้ายเคยกล่าวออกมาแล้วสักคราขณะที่ฝืนทำเป็นสงบนิ่ง ต้วนหลิงกลับมองมาที่มือของนาง ซึ่งแดงเถือกจากการใช้งานหนัก ดวงตาของเขาแลดูมืดครึ้มอย่างน่าประหลาด “เพียงฝันหนึ่งหรือ?”“ใช่เจ้าค่ะ” นางรีบพยักหน้า “ท่านก็รู้ว่าข้าปากหนักเพียงใด เรื่องก่อนหน้าข้าไม่เคยเอ่ยกับผู้ใดเลยแม้ครึ่งคำเรื่องนี้ก็เช่นกัน หากข้ากล้าเอ่ยออกไป…ข้าขอยอมให้ฟ้าผ่าลงกลางศีรษะก็ยังได้”ต้วนหลิงมองลึกเข้ามาในดวงตานาง คล้ายจะชั่งใจว่านางพูดจากใจจริงหรือไม่ สายตานั้นทำให้หลินถิงรู้สึกเหมือนกำลังถูกงูพิษตัวหนึ่งจ้องมอง ใจของนางไม่อาจสงบแม้จะเป็นนางที่ยื่นชาให้เขา ทว่าเรื่องราวทั้งหมดล้วนเป็นเหตุบังเอิญ ที่สุดแล้วนางก็เป็นผู้แก้ไข หากเขายังโกรธเคืองอยู่ นางก็คงมิอาจหลุดพ้นเงื้อมมือเขา“ท่านต้วน…เวลาไม่เช้าแล้ว ข้าควรกลับเสียที” นางพูดอย่างระวังนั